สะเทือนโลกถึงไทย? "ทรัมป์" จ่อระงับส่งออกน้ำมันดีเซล หลังราคาในประเทศพุ่งกระฉูด

สหรัฐฯ ดีเซลราคาพุ่ง! ทรัมป์จ่อระงับส่งออก “ดีเซล” จับตาแรงกระแทกโลก ถึงไทยหรือไม่? หวั่นดันค่าขนส่ง-ค่าครองชีพ?
“ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ พิจารณาระงับการส่งออก “ดีเซล” หลังราคาน้ำมันในประเทศพุ่งแตะระดับสูงสุด ขณะที่รัสเซียขยายมาตรการจำกัดการส่งออกถึงสิ้นเดือนตุลาคม ท่ามกลางตลาดดีเซลโลกที่ตึงตัว จับตาไทยจะได้รับผลกระทบผ่านราคาน้ำมัน ต้นทุนขนส่ง และค่าครองชีพมากแค่ไหน?
ทำไมทรัมป์ถึงอยากระงับส่งออกดีเซล?
สาเหตุสำคัญ คือ ราคา เพราะราคาดีเซลแพงพุ่งทะลุทำนิวไฮ หรือแพงที่สุดแบบไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นถ้ารัฐบาลงดส่งออกได้ ในประเทศก็จะมีน้ำมันมากขึ้น และอาจจะส่งผลดีทำให้ราคาลดลงมาได้
ล่าสุด ราคาขายปลีกดีเซลในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุด เฉลี่ยมากกว่า 6.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ทำให้ทรัมป์รีบออกมาเคลื่อนไหว และบอกว่า เขากำลังพิจารณาเรื่องการระงับส่งออกดีเซลอย่างจริงจัง และอาจจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในประเทศและกดราคาลง
เหตุผลเข้าใจง่ายมาก คือ ของที่ผลิตได้ ถ้าไม่ส่งออก ก็เอากลับมาใช้ในประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้ สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวภาคการเกษตร ซึ่งเครื่องจักร รถบรรทุก และระบบขนส่งต่าง ๆ ต้องใช้ดีเซลจำนวนมาก
แต่ปัญหา คือ สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นแค่ “ผู้ใช้น้ำมัน” แต่เป็น “ผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ของโลก” ด้วย และการส่งออกดีเซลของสหรัฐฯ ก็ไม่ธรรมดา ตัวเลขเคยพุ่งขึ้นไปใกล้ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในระดับรายสัปดาห์มาแล้ว
ดังนั้น ถ้าสหรัฐฯ บอกกับโลกของเราว่า ต่อไปนี้ น้ำมันดีเซลส่วนหนึ่งจะไม่ส่งออกแล้วนะ! จะขอเก็บเอาไว้ใช้เอง! ตลาดก็คงระส่ำไม่น้อย เพราะต้องหาวิ่งน้ำมันจากที่อื่นเอามาทดแทน
สหรัฐฯ ลดส่งออก รัสเซียก็จำกัด ตลาดดีเซลโลกยิ่งตึงตัว
จุดที่เรื่องของทรัมป์เริ่มเกี่ยวกับเรา เพราะโลกของเราไม่ใช่ว่าจะมีน้ำมันพร้อมให้ใช้มากมายขนาดนั้น ถ้าน้ำมันดีเซลจากสหรัฐฯ หายไป ตลาดก็คงสะเทือน
สมมติว่าตลาดโลกมีดีเซลอยู่จำนวนหนึ่ง แต่จู่ ๆ แหล่งใหญ่ ๆ เริ่มลดการส่งออกพร้อมกัน และนี่คือภาพในเวลานี้ ที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาลดส่งออก ส่วนรัสเซียก็จำกัดการส่งออกยาวถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทำให้การขนส่งและกำลังการกลั่นมีปัญหา
ของที่เคยไหลเข้าสู่ตลาดก็เริ่มน้อยลง แต่รถบรรทุก รถไฟ เรือ เครื่องจักร และภาคเกษตรยังต้องเติมน้ำมันเหมือนเดิม หรือพูดง่าย ๆ ว่า มีของน้อยลง แต่ความต้องการยังอยู่ สิ่งที่ตามมาคือแรงกดดันต่อราคาดีเซลโลก
และตรงนี้สำคัญมาก เพราะเราไม่ได้ซื้อน้ำมันด้วยราคาที่ประเทศไทยกำหนดเองทั้งหมด ราคาพลังงานไทยได้รับผลจากตลาดโลกด้วย
รัสเซียจำกัดส่งออกดีเซลถึงสิ้นเดือนตุลาคม
ล่าสุดทางการของรัสเซียได้ออกมาประกาศว่า จะขยายมาตรการจำกัดการส่งออกดีเซลไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2569 เพราะอยากที่จะรักษาเสถียรภาพตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศ และใช้รองรับความต้องการในประเทศใช้ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะรัสเซียก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ สหรัฐฯ อยากจะลดการส่งออก ส่วนรัสเซียไม่รอช้า ลดการส่งออกแล้วจริง ๆ และนี่จึงเป็นแรงกดดันซ้ำเข้าไปในตลาดโลก
เพราะถ้าผู้ส่งออกรายใหญ่เก็บน้ำมันไว้ใช้เองมากขึ้น ประเทศที่ต้องนำเข้าก็ต้องออกไปหาซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่น และเมื่อทุกคนแย่งซื้อจากแหล่งที่เหลือ เราก็อาจจะได้เห็นราคาที่แพงขึ้นนั่นเอง
ไทยน่าห่วงแค่ไหน? น้ำมันยังไม่ขาด แต่ต้องจับตาราคา
ล่าสุดกระทรวงพลังงานก็ย้ำว่า เราที่ยังไม่ขาดแคลน กระทรวงพลังงานยืนยันเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า สต๊อกดีเซลในประเทศยังเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจด้วย
ดังนั้นไม่ใช่ว่า ทรัมป์แบนวันนี้ พรุ่งนี้ปั๊มไทยจะไม่มีน้ำมัน ไม่ใช่แบบนั้น และสิ่งที่ต้องจับตาจริง ๆ ของเรื่องนี้ ก็คือ ต้นทุนของโลก เพราะถ้าดีเซลในตลาดโลกแพงขึ้น ประเทศผู้นำเข้าก็ต้องรับแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้น และประเทศไทยก็อยู่ในระบบตลาดพลังงานโลก
เพราะถ้าราคาดีเซลแพงขึ้น จะกระทบแทบทุกอย่างรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เราซื้อ ของที่สั่งออนไลน์ สินค้าที่มาส่งถึงบ้าน ผักจากต่างจังหวัด สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต กว่าจะมาถึงมือเรา ต้องผ่านรถบรรทุก รถขนส่ง หรือเครื่องจักร และดีเซลคือหนึ่งในต้นทุนสำคัญของระบบเหล่านี้
ดังนั้นถ้าดีเซลแพงขึ้นต่อเนื่อง สิ่งที่เราอาจเห็นไม่ได้มีแค่ราคาหน้าปั๊มขึ้น แต่มันจะอาจค่อย ๆ ส่งผ่านไปถึง ค่าขนส่ง → ต้นทุนธุรกิจ → ราคาสินค้า → และจบด้วยค่าครองชีพ
ไทยรับมืออย่างไร? จับตากองทุนน้ำมัน-เชื้อเพลิงทางเลือก
แล้วไทยรับมืออย่างไร? กระทรวงพลังงานบอกว่า ตอนนี้ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก
รวมไปถึงการลดราคาหน้าโรงกลั่น และการเดินหน้าส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง B20
แนวคิดของ B20 ก็คือ ถ้าหากเราสามารถเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลได้มากขึ้น ก็จะมาช่วยลดแรงกดดันในการที่ไทยต้องนำเข้าดีเซลจากต่างประเทศในช่วงที่ตลาดโลกตึงตัว
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าตลาดโลกยังผันผวน ไทยก็ต้องปรับตัวตามเกม ต้องพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศให้น้อยลงให้ได้
ดีเซลโลกสะเทือน อาจจบที่กระเป๋าเงินคนไทย
ปีนี้ถือเป็นปีที่ใคร ๆ ก็พูดถึงน้ำมัน ยิ่งมีน้อย ยิ่งผันผวน ก็ยิ่งเสี่ยง ราคาก็ยิ่งพุ่ง ส่วนไทยเราผลิตน้ำมันเองไม่ได้ ก็ยิ่งต้องฟัง ต้องจับโลกให้ดี เพราะสุดท้ายย้ำอีกครั้ง อาจจะไม่ใช่แค่ขาดแคลนน้ำมัน
แต่สิ่งที่ใกล้ตัวเราก็คือ ราคาสินค้า ราคาข้าวของต่าง ๆ ที่จะแพงขึ้น จนเราต้องกระเป๋าฉีกแบบไม่รู้ตัว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
