รีเซต

MAGURO ขยายสาขา แบรนด์ใหม่หนุนยอด พิกัดเป้า 24.10 บาท

MAGURO ขยายสาขา แบรนด์ใหม่หนุนยอด พิกัดเป้า 24.10 บาท
ทันหุ้น
11 กันยายน 2569 ( 01:30 )

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ว่า บริษัทมีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% QoQ และ 24.9% YoY ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด ส่งผลให้กำไรปกติช่วงครึ่งแรกปี 2569 คิดเป็น 44.3% ของประมาณการกำไรทั้งปี

รายได้ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 578 ล้านบาท เป็นไปตามคาด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.0% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และเติบโต 29.1% YoY แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 5.5% YoY จากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ แต่รายได้ยังสามารถเติบโตได้จากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 13 สาขาจากปีก่อน

โดยในไตรมาสดังกล่าวมีการเปิดสาขาใหม่จำนวน 5 สาขา ได้แก่ แบรนด์ใหม่ IPPE KOPPE จำนวน 1 สาขา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์, Kiwamiya จำนวน 1 สาขา, Hitori Shabu จำนวน 2 สาขา และ BINCHO จำนวน 1 สาขา

@มาร์จิ้นฟื้นตัว

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 48.3% สูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้ที่ 46.4% และฟื้นตัว QoQ จากอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางยอดขาย รวมถึงการลดกิจกรรมส่งเสริมการขายลง อย่างไรก็ตาม GPM ยังลดลง YoY จากฐานที่อยู่ในระดับสูงในปีก่อน

ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) อยู่ที่ 38.0% สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 36.3% เพิ่มขึ้น QoQ และทรงตัว YoY เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายสำหรับเตรียมเปิดแบรนด์และสาขาใหม่ในไตรมาส 3/2569 (Pre-opening Costs)

นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.29 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 1.6% โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 11 กันยายน 2569

@ลุ้น Q3 ทำนิวไฮ

ฝ่ายวิเคราะห์คาดเบื้องต้นว่า กำไรปกติของ MAGURO จะกลับมาทำ New High อีกครั้งในไตรมาส 3/2569 แม้แนวโน้มยอดขายสาขาเดิมคาดว่ายังลดลง YoY แต่กำไรยังสามารถเติบโตได้จากการเร่งเปิดสาขาใหม่รวมกว่า 8 สาขาแบ่งเป็น 1. แบรนด์เรือธงใหม่ Kaiten Sushi Ginza Onodera จำนวน 1 สาขา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 และได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินค่าใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท และคาดว่าแบรนด์ดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้ราว 10 ล้านบาทต่อเดือน ภายใต้ประมาณการแบบอนุรักษนิยม

2.เปิดสาขาแบรนด์ Kiwamiya เพิ่มอีก 2 สาขา และ 3. เปิดสาขาแบรนด์อื่นๆ รวมอีก 5 สาขา ครอบคลุมแบรนด์ MAGURO, BINCHO และ Hitori Shabu

นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรปกติจะสามารถทำ New High ต่อเนื่องในไตรมาส 4/2569 ได้อีก จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ และการรับรู้ผลจากการเปิดสาขาใหม่เต็มไตรมาส

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะฟื้นตัว HoH จากการเริ่มรับรู้ผลบวกของราคาปลาแซลมอนที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

@เป้า 24.10 บาท

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY และคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ต่อเนื่อง พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 24.10 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E ปี 2569 ที่ 13.9 เท่า ต่ำกว่าบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงอย่าง M และ AU ซึ่งซื้อขายอยู่ที่ระดับ 18-20 เท่า ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ MAGURO ยังมีโอกาสทำ New High และราคาหุ้นมี Upside Gain 31.0% จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง