"เจี้ยนชา" แบรนด์ไทยบุกสหรัฐฯ ผุดสาขาแรก มิ.ย.นี้

"เจี้ยนชา" ร้านเครื่องดื่มชาที่มีฐานธุรกิจ (สำนักงานใหญ่) อยู่ในประเทศไทย ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ ที่ก่อตั้งมาได้เพียง 2-3 ปี ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดร้านเครื่องดื่มชา จากทั้งผู้เล่นในประเทศ และต่างประเทศที่เข้ามาต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เจี้ยนชา ยังสามารถเติบโตได้โดดเด่น โดยปี 2568 ที่ผ่านมา ทำยอดขายแตะที่ระดับ 500 ล้านบาท
คุณพลอย - พอลลี่ เฮสันต์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง กล่าวว่า ตลาดร้านเครื่องดื่มชาเป็นตลาดแบบ red ocean ที่มีการแข่งขันสูง แต่สำหรับ เจี้ยนชา ไม่เพียงเดินหน้าขยายตลาดในประเทศเท่านั้น ยังเร่งปูฐานธุรกิจไปในต่างประเทศควบคู่กันไปด้วย ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจอยู่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, สิงคโปร์ สเปน และในเดือนมิถุนายนปีนี้ เตรียมเปิดสาขาแรกที่ลอสแอนเจลิส ในสหรัฐอเมริกา
ซึ่งทั้ง 4 ประเทศ ยังมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง รวมถึงในสหรัฐฯ หลังเปิดสาขาแรกแล้ว คาดว่าจะมีสาขาที่สองตามมาอีกภายใน 3 เดือน
สำหรับการขยายตลาดในต่างประเทศนั้น จะดำเนินการในหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งลงทุนเอง และการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมองการขยายธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งในต่างประเทศ จะชูจุดเด่น ความเป็นเอเชียน สไตล์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างมากในตลาดโลก ควบคู่ไปกับการผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไปด้วย
ขณะที่ ตลาดในประเทศ จะเน้นขยายธุรกิจในรูปแบบทั้งลงทุนเอง และรูปแบบแฟรนไชน์ โดยปีนี้ จะมีสาขาใหม่รวม 100 สาขา แบ่งเป็นลงทุนเอง 30 สาขา และแฟรนไชส์ 70 สาขา รวมสิ้นปีจะมี 150 สาขา
ส่วนแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ Polly Tea ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางระบบก่อนเดินหน้าขยายตลาดต่อไป
คุณพลอย กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ประกอบกับ กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้ของแบรนด์เอง ตลอดจนการสร้างแบรนด์ดิ้งต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ไม่มีความกังวลต่อการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยังคงเดินหน้าออก ฮีโร่ โปรดักส์ใหม่ ๆ ต่อเนื่องทั้งรายเดือน และรายไตรมาส โดยมองว่าการทำตลาดในยุคปัจจุบันจะต้องกระชับและฉับไว ไม่สามารถวางแผนระยะยาวแบบเดิม ๆ ได้อีก ซึ่งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องคำนึงถึงสาขาในต่างประเทศด้วย โดยจะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเมนู หรือความอร่อยไปยังสาขาต่าง ๆ ในต่างประเทศด้วย
สำหรับผลประกอบการ ผู้บริหาร เจี้ยนชา กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด แตะอยู่ที่ 500 ล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งการจะไปถึงตัวเลขดังกล่าว มาจากหลายปัจจัย รวมถึงการขยายสาขาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเตรียมแผนรับมือในหลายฉากทัศน์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสถานการณ์
นอกจากนี้ แผนของ เจี้ยนชา ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านชา ปัจจุบันยังเปิดแบรนด์ร้านสปา ชื่อว่า ใจฉัน (JAI CHAN SPA) ซึ่งสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และปัจจุบันอยู่ระหว่างการวางระบบธุรกิจเพื่อนำพากลุ่มบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงภายใน 5 ปีข้างหน้า และจากนั้นยังมองไปไกลถึงตลาด แนสแนก ในอนาคตอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
