ระส่ำ! "JD Sports" ยอดขายร่วง กำลังซื้อแผ่ว –ไร้รุ่นใหม่

JD Sports เชนค้าปลีกเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬารายใหญ่ของอังกฤษ ปรับลดคาดการณ์กำไรประจำปี หลังยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้น JD Sports ร่วงลงถึงร้อยละ 12 ในช่วงเปิดตลาด
บริษัทเปิดเผยว่า ยอดขายจากสาขาเดิมทั่วโลกในช่วง 13 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม ลดลงร้อยละ 3.1 หลังจากไตรมาสแรกปรับลดลงร้อยละ 2.5 สะท้อนว่าธุรกิจยังไม่สามารถกลับมาเติบโตได้
ยอดขายจากสาขาเดิม หมายถึงยอดขายจากร้านค้าที่เปิดดำเนินงานมาแล้วระยะหนึ่ง จึงใช้วัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง โดยไม่นับการเติบโตจากการเปิดร้านใหม่หรือการซื้อกิจการ
ตลาดอเมริกาเหนือมีผลประกอบการอ่อนแอที่สุด ยอดขายลดลงร้อยละ 6.8 ขณะที่ยุโรปลดลงร้อยละ 2.7 ส่วนสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.8 และเอเชียแปซิฟิกขยายตัวร้อยละ 1.4
JD Sports ระบุว่า ตลาดอเมริกาเหนือได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ความต้องการรองเท้ารุ่นยอดนิยมชะลอตัว และการซื้อสินค้ารับเปิดเทอมที่เลื่อนจากเดือนกรกฎาคมไปยังช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม
ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่หมวดรองเท้า ซึ่งมียอดขายอ่อนแอในหลายภูมิภาค เพราะผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกัน รองเท้ารุ่นหลักจากแบรนด์พันธมิตรกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงยังไม่มีสินค้าใหม่ที่สร้างกระแสได้มากพอ
ตรงกันข้ามกับกลุ่มเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาที่ยังทำผลงานได้ดีในทุกภูมิภาค โดยตลาดอังกฤษได้รับแรงหนุนจากยอดขายเสื้อฟุตบอลจำลอง ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอของตลาดรองเท้าได้บางส่วน
อีกหนึ่งแรงกดดันคือการแข่งขันลดราคาอย่างหนัก ผู้ค้าปลีกต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้าและดึงกำลังซื้อ ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรลดลง และ JD Sports ประเมินว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง
ล่าสุด บริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรก่อนภาษีและรายการพิเศษ สำหรับปีงบประมาณ 2026/27 เหลือระหว่าง 700–800 ล้านปอนด์ จากเดิมที่คาดไว้ 750–850 ล้านปอนด์ และต่ำกว่ากำไร 852 ล้านปอนด์ที่ทำได้ในปีก่อน
แรงกดดันต่อ JD Sports ยังเชื่อมโยงกับ Nike ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 40 ของยอดขายทั้งหมด แต่ Nike อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจและฟื้นฟูนวัตกรรมสินค้า ทำให้ JD Sports ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อรองเท้ารุ่นใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามที่ตลาดคาดหวัง
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา JD Sports สูญเสียมูลค่าตลาดไปเกือบหนึ่งในสาม สะท้อนความกังวลต่อฐานลูกค้าหลักที่เป็นคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้ไม่สูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและลดการซื้อสินค้าแฟชันที่ไม่จำเป็น
โจทย์สำคัญของ JD Sports จึงไม่ใช่เพียงการรอให้กำลังซื้อฟื้นตัว แต่ต้องเร่งลดสินค้าคงคลัง กระจายยอดขายไปยังแบรนด์อื่น และลดการพึ่งพา Nike เพื่อรับมือกับตลาดรองเท้ากีฬาที่แข่งขันด้วยโปรโมชันมากขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า หุ้นของบริษัทอาจยังฟื้นตัวได้ยาก จนกว่าการปรับลดคาดการณ์กำไรจะสิ้นสุดลง สินค้าส่วนเกินลดลง และยอดขายของ Nike กลับมามีแรงส่งอีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
