รีเซต

“จุดสิ้นสุดของโลก” ต้นกำเนิดไวรัสฮันตา ? เพราะทฤษฎีสมคบคิดเรื่อง “หนู”

“จุดสิ้นสุดของโลก” ต้นกำเนิดไวรัสฮันตา ? เพราะทฤษฎีสมคบคิดเรื่อง “หนู”
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 11:57 )

เมืองทางใต้สุดของอาร์เจนตินาอย่าง “เมืองอูซัวยา” (Ushuaia) ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะ “จุดสิ้นสุดของโลก” หรือ “The end of the world” และเป็นประตูสู่การเดินทางไปยังทวีปแอนตาร์กติกา รวมถึงจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของปาตาโกเนีย

แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้กำลังเผชิญกับข่าวฉาวที่สร้างความกังวลให้กับธุรกิจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นั่นคือข้อกล่าวหาว่า เมืองอูซัวยาอาจเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการแพร่ระบาดของ “ไวรัสฮันตา” ที่กำลังระบาดอย่างหนักบนเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ระหว่างที่เรือลำนี้กำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกจนมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน ในขณะที่ผู้โดยสารอีกกว่า 150 คนบนเรือตกอยู่ในความเสี่ยง 

ขณะนี้เรือสำราญลำดังกล่าวได้จอดทอดสมออยู่ที่เกาะเตเนรีเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปน ส่วนผู้โดยสารที่เหลือก็กำลังถูกอพยพออกจากเรือและส่งตัวกลับประเทศเพื่อเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคต่อไป 

แล้วเหตุใด “จุดสิ้นสุดของโลก” ถึงเข้ามาพัวพันในสมการนี้ได้ ?


เรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” ออกเดินทางเมื่อวันที่ 1 เมษายน จากเมืองอูซัวยาแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 9,000 กิโลเมตร ในจังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโก ของอาร์เจนตินา แม้จะเชื่อกันว่าไวรัสฮันตาน่าจะมาบนเรือตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองนี้ แต่ต้นตอที่แท้จริงและผู้ที่นำเชื้อขึ้นเรือยังไม่ชัดเจน ซึ่งความไม่แน่นอนนี้ทำให้เกิดกระแสคาดเดาอย่างหนักในหน้าสื่อ

หนึ่งในทฤษฎีระบุว่า ผู้โดยสารอาจติดเชื้อจากพื้นที่ฝังกลบขยะนอกเมืองอูซัวยา ซึ่งนักท่องเที่ยวมักเดินทางไปดูนก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากพื้นที่ฝังกลบขยะจะมี “หนู” สัตว์พาหะของไวรัสฮันตาจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ของอาร์เจนตินาบางรายที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อพร้อมระบุว่า “นี่คือสมมติฐานหลักของพวกเขา” 

แต่ข้อกล่าวหานี้ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนในพื้นที่…

ฮวน ฟากุนโด เปตรีนา ผู้อำนวยการด้านระบาดวิทยาและสุขภาพสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโก กล่าวว่า ในจังหวัดของเขา “ไม่เคยมีประวัติผู้ป่วยไวรัสฮันตามาก่อน” โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งเป็นปีที่ระบบเฝ้าระวังแห่งชาติบรรจุโรคนี้เป็นโรคที่จำเป็นต้องมีการรายงาน แต่จังหวัดของเขาก็ไม่เคยมีผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว

เปตรีนา เข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการด้านระบาดวิทยาเมื่องปี 2021 ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เขาย้ำประเด็นนี้ในการแถลงข่าวและการให้สัมภาษณ์หลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าจังหวัดของเขาไม่น่าใช่ต้นกำเนิดของเชื้อและพื้นที่ระบาดหลักของไวรัสฮันตาอยู่ห่างออกไปทางเหนือมากกว่า 1,500 กิโลเมตร

เขากล่าวด้วยว่า ในจังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโก ไม่มีหนูหางยาวสายพันธุ์ที่เป็นพาหะของโรคนี้ และสภาพอากาศของเราก็ไม่เหมือนปาตาโกเนียตอนเหนือทั้งในเรื่องความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะต่อการแพร่พันธุ์ แต่หากหนูชนิดดังกล่าวมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่จังหวัดของเขาจริงก็ต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ของจังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโก “เป็นเกาะ” พวกหนูต้องข้ามช่องแคบแมกเจลแลนก่อน จึงจะสามารถแพร่เชื้อสู่สัตว์ท้องถิ่นได้ นั่นจึงเป็นอุปสรรคเพิ่มเติมนอกเหนือจากเรื่องสภาพอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเห็นด้วยกับเปตรีนาว่า การติดเชื้อในเตียร์ราเดลฟวยโกเป็นไปได้น้อย แต่รัฐบาลกลางอาร์เจนตินาก็ประกาศส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดลงพื้นที่ในจังหวัดนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีร่องรอยของไวรัสฮันตาหรือมีหนูหางยาวเข้าสู่ภูมิภาคนี้หรือไม่

ทีมผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลประกาศจะร่วมมือกับนักชีววิทยาท้องถิ่นในการจับหนูจากพื้นที่ฝังกลบขยะเพื่อตรวจหาเชื้อ แต่สองวันหลังการประกาศ ทีมผู้เชี่ยวชาญก็ยังเดินทางมาไม่ถึง และเมื่อผู้สื่อข่าวของ BBC ลงพื้นที่ ก็พบเพียงนกจำนวนมากบินวนเหนือกองขยะโดยไม่มีสัญญาณของการสอบสวนใด ๆ

ด้าน เอดูอาร์โด โลเปซ นักระบาดวิทยาของโรงพยาบาลในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา กล่าวว่า ยังต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพราะระบบนิเวศกำลังเปลี่ยนแปลงไป หนูหางยาวซึ่งเดิมอาศัยอยู่ในเทือกเขาแอนดีสและทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา แต่ปัจจุบันพวกมันก็พบได้ในกรุงบัวโนสไอเรสเช่นกัน

และเพราะความเร่งด่วนของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบในด้านวิทยาศาสตร์ แต่ยังกระทบไปถึงเศรษฐกิจของจังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโกซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดและก่อตั้งใหม่ที่สุดของอาร์เจนตินา ที่อุตสาหกรรมหลัก คือ การสำรวจพลังงาน การประมง รวมถึงการท่องเที่ยว เพราะจนถึงตอนนี้ แม้จะมีคำถามมากมายจากผู้ประกอบการต่างชาติเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีการยกเลิกเรือสำราญที่เดินทางเข้าเทียบท่าที่จังหวัดเตียร์ราเดลฟวยโก แต่เนื่องจากฤดูกาลเรือสำราญสิ้นสุดลง ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ผลกระทบระยะยาวอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนจึงจะเห็นชัด

ขณะที่ท่าเรืออูซัวยา การดำเนินชีวิตยังดูเหมือนยังดำเนินไปตามปกติ นักท่องเที่ยวเดินเล่นริมชายฝั่ง และเข้าร่วมทัวร์ระยะสั้นไปยังเกาะ Isla de los Estados ซึ่งเป็นที่ตั้งของประภาคารชื่อดังที่รู้จักกันว่ามันคือ “จุดสิ้นสุดของโลก” หรือท่องเที่ยวตามช่องแคบบีเกิล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงพยายามหาต้นตอของการติดเชื้อ โดยเชื่อว่าหนึ่งในคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่ติดเชื้อและเสียชีวิต น่าจะเป็น “ผู้ป่วยรายที่ศูนย์” หรือผู้แพร่เชื้อรายแรกเข้าสู่เรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามย้อนรอยเส้นทางการเดินทางของทั้งคู่ผ่านอาร์เจนตินา ชิลี และอุรุกวัย ก่อนขึ้นเรือที่อูซัวยา โดยอาศัยข้อมูลการผ่านแดนเป็นหลัก แต่ทางการชิลีและอุรุกวัยระบุว่า ทั้งคู่ไม่น่าติดเชื้อในประเทศของตน โดยอ้างอิงจากระยะฟักตัวของโรคที่องค์การอนามัยโลกประเมินไว้ระหว่าง 1-8 สัปดาห์

โดยที่ เปตรีนา ผู้อำนวยการด้านระบาดวิทยา เห็นด้วยว่าทั้งคู่น่าจะติดเชื้อในอาร์เจนตินาแต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้น 2-4 สัปดาห์ก่อนขึ้นเรือและเชื้อนี้อาจอยู่ในพื้นที่ภูเขาของปาตาโกเนีย เช่น จังหวัดชูบุต เนวเกน หรือริโอเนโกร แต่จนถึงตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขแห่งชาติอาร์เจนตินาก็ยังไม่สรุปทฤษฎีที่แน่ชัด

เปตรีนา กล่าเพิ่มเติมว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นในเตียร์ราเดลฟวยโก แต่มีข้อเท็จจริงสำคัญกว่าคือ นับตั้งแต่ไวรัสฮันตาถูกกำหนดให้เป็นโรคที่ต้องรายงาน ก็ไม่เคยมีผู้ป่วยในจังหวัดนี้เลย

ดังนั้นแล้ว ความหวังที่จะหาต้นตอของเชื้อจึงหันไปทางสเปน ซึ่งกำลังมีการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือจาก เอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เกาะเตเนรีเฟ และที่นั่นอาจช่วยให้พบเบาะแสบางอย่างเพิ่มเติมได้แต่ในตอนนี้ เมื่อคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่เชื่อว่าคือผู้แพร่เชื้อได้เสียชีวิตไปแล้ว และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถย้อนรอยการเดินทางทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ คำถามมากมายเกี่ยวกับต้นตอของการระบาดครั้งนี้ยังคงไร้คำตอบ ในขณะที่หลายประเทศเฝ้าระวังพร้อมตั้งทฤษฎีสมคบคิดว่าหรือนี่อาจเป็นยุคของ “โควิด2.0” 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง