ยกระดับงานวิจัยไทย ดัน"โพรไบโอติกลดเสี่ยงเกิดซ้ำมะเร็งลำไส้ใหญ่" เข้าระบบเพื่อสิทธิประโยชน์ผู้ป่วย "บัตรทอง"

“มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ประชุมหารือ “สปสช.” ยกระดับงานวิจัย “นวัตกรรมด้านสุขภาพ” สู่สิทธิประโยชน์ระบบบัตรทอง พร้อมเปิดผลงานทั้ง “ยาสมานแผลเบาหวาน” “โพรไบโอติกลดเสี่ยงเกิดซ้ำมะเร็งลำไส้ใหญ่” “ชุดตรวจเร็ว เบาหวาน-ความดัน” ด้าน อธิการบดี ย้ำระดับนโยบายช่วยชี้เป้า เสริมนักวิจัยทำงานได้ตรงจุด ขณะที่ รองเลขาธิการ สปสช. พร้อมหนุน บัญชีนวัตกรรมไทย สู่ตอบโจทย์ดูแลผู้ป่วยบัตรทอง
ผศ. ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พร้อมด้วย รศ. ดร.แหลมทอง ชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนา ม.อ. ร่วมแลกเปลี่ยน และหารือกับคณะผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สปสช.เขต 12 สงขลา ถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ของนักวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนา ม.อ. เพื่อตอบโจทย์ระบบสุขภาพ สู่การบรรจุสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ผศ.ดร.นิวัติ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) มีบทบาทสำคัญด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งพัฒนาผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ นวัตกรรมทางการแพทย์ นวัตกรรมอาหารและการเกษตร และนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศในระยะยาว และให้ความสำคัญกับการติดตามประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผลงานที่ถูกนำไปใช้จริงในระบบสุขภาพ อาทิ การวิจัยและผลิตอุปกรณ์เก็บของเสียจากลำไส้ (ถุงทวารเทียม : Colostomy Bag) ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ
“การที่ภาครัฐสนับสนุนให้นวัตกรรมที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทยได้รับการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย และนำไปใช้จริงในหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการพัฒนางานวิจัยของประเทศ ที่ผ่านมา ทั้งรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ได้นำนวัตกรรมไทยไปใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การหารือร่วมกับผู้บริหาร สปสช. ในครั้งนี้ จะช่วยให้งานวิจัยของ ม.อ. ตอบโจทย์ความต้องการของระบบสุขภาพได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น” ผศ.ดร.นิวัติ กล่าว
นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และหนึ่งในทีมนักวิจัยผู้พัฒนาถุงทวารเทียม สิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง กล่าวว่า สำนักวิจัยและพัฒนา ม.อ. มุ่งพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้งานในระบบสุขภาพ โดยการหารือร่วมกับผู้บริหาร สปสช. ในครั้งนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยได้นำเสนอผลงานวิจัยทั้งที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา เพื่อรับข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน
ในครั้งนี้ ทีมนักวิจัยจากหลายคณะ ได้นำเสนอนวัตกรรมต่อ สปสช. อาทิ นวัตกรรมดูแลแผลเบาหวาน น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับชุมชนและสถานพยาบาล ชุดตรวจความดันโลหิตและเบาหวาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ ProMed CA ของคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ซึ่งเป็นนวัตกรรมโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติกสายพันธุ์ไทย ที่มีผลการวิจัยสนับสนุนว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงและการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียน อย. แล้ว และอยู่ระหว่างการยื่นขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย
“ProMed CA เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเคยป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและการกลับเป็นซ้ำ ซึ่งนอกจากยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาของระบบสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย” นพ.วรวิทย์ กล่าว
ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของระบบสุขภาพ โดยพบว่าหลายผลงานมีศักยภาพต่อยอดสู่บัญชีนวัตกรรมไทยและการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง ทั้งนี้ นอกจากนวัตกรรมทางการแพทย์แล้ว ยังมีนวัตกรรมด้านอาหาร การเกษตร และสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนและหน่วยบริการได้ อาทิ อาหารเหลวสำหรับผู้ป่วยที่จัดเก็บได้นาน ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อเพื่อส่งเสริมสุขอนามัย รวมถึงนวัตกรรมโพรไบโอติกที่ลดความเสี่ยงและการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช.
“บอร์ด สปสช. มีนโยบายสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยอย่างเต็มที่ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ ปัจจุบันมีนวัตกรรมไทย 7 รายการที่ได้รับการบรรจุในสิทธิประโยชน์แล้ว และ สปสช. พร้อมพิจารณานำนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ระบบสุขภาพมาใช้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การพัฒนางานวิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
ภายหลังการประชุมร่วมกัน ทางคณะ สปสช. และผู้บริหาร มอ. ได้ลงพื้นที่ติดตามการใช้ “รากฟันเทียม” หนึ่งในบัญชีนวัตกรรมไทยในระบบบัตรทอง พร้อมพูดคุยกับผู้ป่วย นางทัตยา แซ่เตียว อายุ 73 ปี ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาฟันเทียมชิ้นล่างหลุดง่ายเวลาอ้าปากหรือพูดคุย ทำให้รับประทานและเคี้ยวอาหารไม่ได้ กระทบต่อการใช้ชีวิตมาก แต่หลังได้รับการฝังรากฟันเทียมทั้งปากเมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้ฟันเทียมยึดแน่นดีมาก ไม่หลุด สามารถเคี้ยวอาหารได้ดี อีกทั้ง ยังมีความมั่นใจในการเข้าสังคม สามารถพบปะกับเพื่อนเพื่อพูดคุยกันได้ ทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมดีขึ้นมาก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
