รีเซต

พบร่องรอย "คราบแอ่งน้ำ" บนดาวอังคาร ชี้เบาะแสสำคัญของมหาสมุทรโบราณและโอกาสพบสิ่งมีชีวิต

พบร่องรอย "คราบแอ่งน้ำ" บนดาวอังคาร ชี้เบาะแสสำคัญของมหาสมุทรโบราณและโอกาสพบสิ่งมีชีวิต
TNN ช่อง16
21 เมษายน 2569 ( 16:33 )

วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เผยแพร่รายงานการวิจัยการค้นพบโครงสร้างทางธรณีวิทยาขนาดใหญ่บนดาวอังคารที่มีลักษณะคล้ายรอยคราบแอ่งน้ำ (Bathtub ring) ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญชี้ว่า ครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยมีมหาสมุทรขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นผิวถึงหนึ่งในสามของดวงดาว 

การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาว่า ดาวเคราะห์แดงดวงนี้เคยเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตตามที่เราคุ้นเคยหรือไม่

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะมีการคาดการณ์ว่าดาวอังคารเคยมีน้ำในสถานะของเหลว แต่ปริศนาที่ยังคงอยู่คือ น้ำเหล่านั้นมีปริมาณจำกัดอยู่แค่ในรูปแบบของทะเลสาบและลำธาร หรือมีปริมาณมากพอที่จะก่อตัวเป็นมหาสมุทรที่คงอยู่ยาวนาน

แม้ภารกิจสำรวจดาวอังคารก่อนหน้านี้จะพบร่องรอยที่ดูคล้ายแนวชายฝั่งหลายแห่ง แต่ร่องรอยเหล่านั้นกลับอยู่ในระดับความสูงที่แตกต่างกันไปทั่วดวงดาว ทำให้ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าเป็นร่องรอยของมหาสมุทร เนื่องจากหากเป็นมหาสมุทรจริง ระดับชายฝั่งควรจะอยู่ในระดับเดียวกันเหมือนกับระดับน้ำทะเลบนโลก

และเพื่อไขข้อข้องสงสัยดังกล่าว ในการศึกษาครั้งใหม่ นักวิจัยได้ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อทดลองสูบน้ำออกจากมหาสมุทรบนโลก เพื่อจำลองดูว่าลักษณะทางธรณีวิทยาแบบใดที่จะหลงเหลืออยู่

ผลปรากฏว่าลักษณะที่เด่นชัดที่สุดนอกจากน้ำแล้ว คือ แถบพื้นดินราบเรียบที่มีความกว้างหลายร้อยไมล์ หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ราบชายฝั่ง (Coastal plains) และไหล่ทวีป (Continental shelves) ซึ่งมีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึง 1,345 ฟุต หรือ 15 ถึง 410 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลบนโลก

แถบพื้นดินเหล่านี้โอบล้อมแนวรอยต่อระหว่างแผ่นดินและมหาสมุทร เปรียบเสมือนร่องรอยคราบที่หลงเหลืออยู่รอบ ๆ แอ่งน้ำหลังจากที่ปล่อยน้ำทิ้งไปแล้ว และถึงแม้ว่าระดับน้ำทะเลบนโลกและตำแหน่งของชายฝั่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่แนวไหล่ทวีปเหล่านี้ก็ยังคงรักษาสภาพค่อนข้างคงที่เหมือนเดิม

เมื่อนำรูปแบบดังกล่าวมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อมูลภูมิประเทศของดาวอังคารที่บันทึกโดยยานสำรวจที่โคจรรอบดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ พื้นที่ราบในบริเวณซีกโลกเหนือของดาวอังคารที่มีลักษณะตรงกับไหล่ทวีปของมหาสมุทร

พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมถึงหนึ่งในสามของพื้นผิวดาวอังคาร และอยู่ในระดับความลึกประมาณ 5,900 ถึง 12,470 ฟุต หรือ 1,800 ถึง 3,800 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลของดาวอังคารในอดีต

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (River deltas) ซึ่งเป็นที่ราบตะกอนรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากการที่แม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทรนั้น มีการเรียงตัวสอดคล้องไปกับแนวไหล่ทวีปดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อับดัลเลาะห์ ซากิ (Abdallah Zaki) นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเทกซัสออสติน (University of Texas at Austin) และผู้นำการศึกษา ระบุว่า "ไหล่ทวีปขนาดใหญ่นี้จะต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากในการก่อตัว และจะไม่พบในบริเวณที่เป็นเพียงทะเลสาบ การที่ดาวอังคารอาจมีไหล่ทวีป ถือเป็นการเพิ่มหลักฐานชิ้นใหม่ที่เรียบง่ายเกี่ยวกับการมีอยู่ของมหาสมุทร การมีอยู่ของมหาสมุทรชี้ให้เห็นว่าแหล่งน้ำขนาดใหญ่อาจคงอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งนั่นอาจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิต"

สำหรับอนาคตของการสำรวจอวกาศ ภารกิจในยุคต่อไปสามารถตั้งเป้าหมายไปที่การวิเคราะห์แนวไหล่ทวีปบนดาวอังคารแห่งนี้ได้

นักวิจัยระบุว่า หากดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิต ชั้นตะกอนทับถมในบริเวณไหล่ทวีปก็อาจจะเก็บรักษาร่องรอยเหล่านั้นเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ตะกอนชายฝั่งบนโลกมักจะกักเก็บซากฟอสซิลจากพื้นทวีปไว้

การศึกษาชิ้นนี้ชื่อว่า การระบุลักษณะทางภูมิประเทศของมหาสมุทรในยุคแรกเริ่มของดาวอังคาร หรือ Identifying the topographic signature of early Martian oceans ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยมี ไมเคิล แลมบ์ (Michael Lamb) ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาจากสถาบันคาลเทค (Caltech) ร่วมเป็นผู้เขียนรายงาน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง