“ทรัมป์” ยอมถอยไม่ขึ้นภาษียุโรป ปมซื้อ "กรีนแลนด์" หลังดีลนาโต เข้าถึงแร่หายาก ร่วมมือมั่นคง "Golden Dome"

“ทรัมป์” ยอมถอย ไม่ขึ้นภาษี 8 ชาติยุโรปแล้ว หลังบรรลุดีลปมกรีนแลนด์กับนาโต เปิดทางสหรัฐ-ยุโรปเข้าถึงแร่หายาก ร่วมมือมั่นคงภายใต้ "Golden Dome"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีผ่อนปรนในประเด็นเข้าซื้อและครอบครองกรีนแลนด์ โดยในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันพุธ (21 มกราคม 2569) โดยทรัมป์ย้ำว่าเขายังคงต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ แต่จะไม่ใช้กำลังทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ พร้อมกับกล่าวว่าเขามีความเคารพอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์ก
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ถอนคำขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% จาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านั้นคัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ โดย 8 ประเทศดังกล่าวนั้นได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร
หลังเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม WEF ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประชุมร่วมกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และจากนั้นเขาได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า เขาและเลขาธิการนาโตได้ร่วมกันจัดทำกรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์ และความจริงแล้วกรอบข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมด ซึ่งหากข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ ก็จะเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสหรัฐอเมริกาและทุกประเทศในกลุ่มนาโต
ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า การตัดสินใจยกเลิกคำขู่เรียกเก็บภาษีจาก 8 ชาติยุโรปนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากมีการทำข้อตกลงดังกล่าวกับนาโต พร้อมเสริมว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และระบบป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome
ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า กรอบข้อตกลงที่เขาบรรลุร่วมกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในประเด็นกรีนแลนด์ ครอบคลุมถึงการเข้าถึงสิทธิในทรัพยากรแร่ของสหรัฐและชาติพันธมิตรยุโรป รวมถึงความร่วมมือในโครงการ “โกลเดน โดม” (Golden Dome)
ทรัมป์กล่าวกับโจ เคอร์เนน ผู้ดำเนินรายการของ CNBC ระหว่างให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุม เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า “พวกเขาจะมีส่วนร่วมในGolden Dome และจะมีส่วนร่วมในสิทธิด้านทรัพยากรแร่ เช่นเดียวกับเรา” พร้อมระบุว่า เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงนี้จะมีอายุยาวนานเพียงใด เขาตอบว่า “ตลอดไป”
ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม WEF ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าประเทศอื่น ๆ ต่างต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ในเรื่องสันติภาพและความมั่งคั่งเป็นอย่างมาก และนโยบายต่างประเทศรวมถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของเขา นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งเมื่อหนึ่งปีที่แล้วนั้น ได้ช่วยรักษาเกียรติภูมิเหล่านั้นไว้
ในช่วงที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามหลังเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีมาก กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย
ถ้อยแถลงที่บ่งชี้ถึงท่าทีที่อ่อนลงของประธานาธิบดีทรัมป์ในประเด็นกรีนแลนด์เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 และหนุนดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ ยังช่วยหนุนดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบสองเดือน
ทั้งนี้กรีนแลนด์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 8 ของโลกในด้านปริมาณแร่หายาก (Rare Earths) ตามข้อมูลของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) โดยทรัมป์ได้ยกระดับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้เป็นเป้าหมายหลักของนโยบายอุตสาหกรรม เพื่อหวังลดการพึ่งพาจีนของสหรัฐฯ แร่หายากถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่เหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในระบบอาวุธ ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสำคัญอื่น ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
