ญี่ปุ่นชดเชยเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์แก่ "ฮากามาตะ" นักโทษประหารผู้ "บริสุทธิ์"

จำได้หรือไม่ “อิวาโอะ ฮากามาตะ” ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 89 ปี บุคคลที่รอรับโทษประหารชีวิตยาวนานที่สุดในโลกที่เพิ่งพ้นผิดและได้รับการระบุว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์ไม่นานมานี้ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 มีนาคม) ศาลญี่ปุ่นสั่งให้มีการจ่ายเงินชดเชยให้กับฮากามาตะเป็นเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 47 ล้านบาท ชดเชยช่วงเวลา 40 ปี หรือกว่าครึ่งชีวิตของเขาที่ต้องอยู่ในคุกในฐานะนักโทษประหารชีวิตโดยไม่มีความผิด ซึ่งจะเท่ากับว่านายฮากามาตะจะได้รับเงิน “ทุกวัน” วันละ 85 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,885 บาท นับตั้งแต่วันที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิด
ฮากามาตะ เป็นอดีตนักมวยอาชีพที่ถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อปี 1968 หลังเผชิญข้อกล่าวหา “ฆาตกรรม 4 ศพ” ยกครัวที่ประกอบด้วย เจ้านายของเขา, ภรรยาของเจ้านาย และ ลูกของเจ้านาย 2 คน ซึ่งฮากามาตะและครอบครัวพยายามต่อสู้กับข้อกล่าวหาเท็จมาตลอดหลายปีและเขาก็มักจะกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำคดีสร้างหลักฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายเขา แต่ในที่สุดความยุติธรรมก็เป็นผลเมื่อผลตรวจ “ดีเอ็นเอ” จากคราบเลือดบนเสื้อที่เคยใช้เป็นหลักฐานเอาผิดโทษประหารชีวิตกับฮากามาตะได้รับการพิสูจน์ว่าจริง ๆ แล้วมันถูกวางไว้นานแล้วและไม่สามารถนำมาตัดสินฮากามาตะได้
ฮิเดโย โอกาวะ ทนายความของฮากามาตะอธิบายว่าเงินที่ได้รับการชดเชยมาเป็นจำนวนเงินที่ “มากที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นได้เคยมอบให้กรณีบุคคลถูกตัดสินโทษผิดพลาด ซึ่งทนายความของเขาเผยความรู้สึกว่า ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถชดเชยได้ด้วยเงินแค่ 200 ล้านเยน (1.4 ล้านดอลลาร์) แม้จะได้รับเงินมากที่สุดแต่ไม่สามารถเทียบเท่าความเดือดร้อนและอิสรภาพของฮากามาตะที่ต้องสูญเสียไปหลายสิบปีได้
5 ปีหลังจากฮากามาตะถูกจับกุมตัว เขาเคยยอมรับข้อกล่าวหาขั้นต้นในขณะนั้น แต่ต่อมาเขาได้กลับคำให้การโดยกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนนั้น “บังคับ” ให้เขาสารภาพความผิดด้วยการทุบตีและคุกคามเขาแม้จะไม่ได้ทำผิดก็ตามแต่สุดท้ายก็ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยมติ 2 ต่อ 1 จนทำให้หนึ่งให้ผู้พิพากษาหนึ่งเดียวที่ตัดสินว่าเขาไม่ผิดลาออกจากตำแหน่งเพราะไม่สามารถหยุดการลงโทษที่ไม่เป็นธรรมนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของฮากามาตะทำให้ทั่วโลกสงสัยในระบบยุติธรรมของญี่ปุ่น ที่ปกติแล้วมีความเชื่อมั่นในระดับโลกมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่นและจากเหตุนี้ยังนำไปสู่การเรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในประเทศด้วย
ทั้งนี้ ฮิเดโกะ น้องสาวของ ฮากามาตะเปิดเผยความรู้สึกกับ CNN เมื่อปีที่แล้วว่าการติดคุกนานหลายสิบปีทำลายสุขภาพจิตของฮากามาตะอย่างที่ไม่สามารถกลับเป็นปกติได้ เธอกล่าวว่าฮากามาตะเหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง บางครั้งเขายิ้มอย่างมีความสุข แต่เมื่อเขาจมอยู่กับความคิดของตัวเองเขาเหมือนมีอาการหลงผิด ยังไม่ต้องพูดถึงการบำบัดอาการเพราะฮากามาตะยังไม่สามารถแยกแยะหรือรับรู้ว่าอะไรคือความเป็นจริงได้ด้วยซ้ำ