รีเซต

SYNEX ชูไอโฟนแพงขายดี  กางเป้าหมายรุกโรบอท

SYNEX ชูไอโฟนแพงขายดี  กางเป้าหมายรุกโรบอท
ทันหุ้น
11 กันยายน 2569 ( 02:20 )

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยว่า หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone 18 และ iPhone Duo จอพับรุ่นแรกของ Apple อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งบริษัทไม่ได้มีความกังวลเรื่องราคาสินค้าที่แพงขึ้น เนื่องจาก Apple เคยมีการปรับราคามาแล้วหลายรอบ และผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายยังคงซื้อสินค้าตามเดิม โดยปกติเมื่อมีสินค้าล็อตแรกออกมา รุ่นที่แพงที่สุดจะขายดีที่สุดเสมอ ทั้งนี้ปัจจุบันสินค้าล็อตใหม่ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาบริษัทเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าปริมาณสินค้าล็อตใหม่ที่บริษัทจะได้รับจะอยู่ในระดับที่ไม่น้อยกว่าปีก่อน

ในขณะที่มี iPhone บางรุ่นขึ้นราคารวมถึงมี iPhone บ้างรุ่นที่ยกเลิกการผลิต ซึ่งตรงนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับบริษัทมาก เนื่องจากสินค้า Apple ประสบภาวะซัพพลายตึงตัวและสินค้าขาดแคลนมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้บริษัทไม่มีสต๊อกสินค้ารุ่นเก่าค้างอยู่ และไม่ต้องจัดโปรโมชันล้างสต๊อกก่อนการเปิดตัวรุ่นใหม่เหมือนปีอื่นๆ

ในส่วนฝั่งตลาด Android ที่ประกอบไปด้วยผู้ผลิตหลากหลายค่าย โดยเฉพาะค่ายเกาหลีและค่ายจีน ซึ่งแต่ละค่ายมีกำหนดการและจังหวะการเปิดตัวสินค้า ที่แตกต่างกัน ทำให้ตลาดฝั่ง Android มีความคึกคักและมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาสร้างกระแสหมุนเวียนในตลาดอยู่เรื่อยๆ ตลอดทั้งปี

@Apple ดันครึ่งหลัง

ทั้งนี้ SYNEX ได้ปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายสินค้าเป็นชิ้นๆ ไปสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ใน IT Ecosystem ที่มีบริการรองรับครบวงจรผ่าน 4 บริการหลัก ได้แก่ 1.การดูแลบริการหลังการขายให้หลากหลายแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายขอบเขตจากระบบรักษาความปลอดภัยไปสู่การดูแลและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 2.บริการรับซื้อสินค้า IT และมือถือมือสอง เพื่อนำมาตรวจเช็กสภาพ นำกลับมาหมุนเวียนขายใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 3.การให้บริการสินเชื่อผ่อนชำระค่าเครื่อง โดยใช้ AI พิจารณาอนุมัติวงเงินแบบเรียลไทม์หน้าหน้าร้านค้า 4.ให้บริการประกันความคุ้มครองเครื่องเพิ่มเติมแก่ลูกค้าตลอดระยะเวลาการใช้งาน

โดยภาพรวมแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังคาดจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% และมีรายได้รวม 23,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% ซึ่งมั่นใจว่าผลประกอบการในปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 53,000 ล้านบาท แม้ว่าครึ่งปีแรกรายได้จะได้รับผลกระทบเนื่องจากจากสินค้า Apple ที่ไม่มีของสำหรับส่งมอบ แต่ธุรกิจที่เหลือยังมีการเติบโตในทุกกลุ่ม ประกอบกับในครึ่งปีหลังบริษัทคาดหวังว่าสินค้าของ Apple จะเริ่มเข้ามาเติมเต็มในระบบ ซึ่งจะเข้ามาช่วยเป็นฐานสร้างรายได้ที่สำคัญให้แก่บริษัท

@มองหาการเติบโตใหม่

นอกจากนี้บริษัทยังคงมองหาการเติบโตใหม่ๆ โดยตลาดในไทยเริ่มมีความต้องการใช้งานกลุ่มหุ่นยนต์แล้ว ซึ่งบริษัทมองว่า Robotics จะเป็นอีกหนึ่งบทใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญให้กับองค์กร และคาดว่าจะมีการประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ Robotics และรายละเอียดการจัดจำหน่ายในไทยในเร็วๆ นี้ ซึ่งได้เตรียมเดินทางไปดูงานและเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรในจีนโดยตรง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าและมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี Robotics สูงมาก รวมถึงมีระบบนิเวศสินค้ากลุ่มหุ่นยนต์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยในช่วงแรกของการเริ่มต้นทำตลาด บริษัทจะเน้นหนักไปที่กลุ่ม เชิงพาณิชย์ (Commercial) และ ภาคอุตสาหกรรม (Industrial) เป็นหลัก

อย่างไรก็ดีบริษัทยังมองเห็นโอกาสจากแผน PDP ฉบับใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งการขยายตัวของ Data Center และ AI ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมองว่าอะไรก็ตามที่เป็นเทคโนโลยีและมีแนวโน้มการเติบโต จำเป็นต้องมีการชาร์จไฟ ดังนั้นย่อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับบริษัทอย่างแน่นอน

@เซ็นทิเมนต์บวก

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอ พับรุ่นแรกของบริษัท ถือเป็นการเข้าสู่ตลาด Foldable อย่างเต็มตัวของ Apple และอาจกระตุ้นรอบการเปลี่ยนเครื่องระดับ Premium มองเป็นบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผู้จำหน่ายสินค้า Apple ในไทย

ถ้าหากยอดขาย iPhone Duo แข็งแกร่งและจะช่วยเร่งคำสั่งซื้อชิ้นส่วนใน Supply Chain โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Apple เช่น COM7, ADVICE, SYNEX และ SPVI จะเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากการปรับขึ้นราคาของ iPhone 18 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายเติบโต YoY แข็งแกร่งขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง