รีเซต

ชาติอ่าวอาหรับพร้อมเข้าสู่สงครามครั้งใหญ่หรือไม่ ?

ชาติอ่าวอาหรับพร้อมเข้าสู่สงครามครั้งใหญ่หรือไม่ ?
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 18:45 )

การตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลของอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปที่การยิงขีปนาวุธไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์, นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงมานามา ของบาห์เรน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ส่งผลกระทบอย่างหนักจ่อหลายประเทศอ่าวอาหรับที่ชูจุดขายเรื่องของความมีเสถียรภาพท่ามกลางภูมิภาคที่วุ่นวายอย่างตะวันออกกลาง


ชาติอาหรับกำลังอยู่ในภวะต้องตัดสินใจว่าจะอยู่นิ่งเฉย หรือจะตอบโต้กลับแต่จะเสี่ยงถูกมองว่าเป็นการร่วมรบเคียงข้างอิสราเอล


โมนิกา มาร์คส์ นักวิชาการด้านการเมืองตะวันออกกลางแห่ง New York University Abu Dhabi บอกกับสำนักข่าวอาล จาซีราว่า สำหรับผู้คนและนักการเมืองที่นี่ การได้เห็นมานามา โดฮา และดูไบ เป็นเป้าทิ้งระเบิดนั้นเป็นเรื่องแปลงและไม่คาดคิดพอๆกับการเห็นเมืองชาร์ล็อตต์ ซีแอตเทิล และไมอามีถูกโจมตี


ทั้งนี้ อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล ด้วยยิงขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าไปที่อิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯที่มีทั่วตะวันออกกลาง ขีปนาวุธ หรือไม่ก็ชิ้นส่วนจากการถูกสกัดนั้น ตกไปกระทบอาคารสูงและสนามบินของดูไบ รวมไปถึงตึกระฟ้าในกรุงมานานา และสนามบินคูเวต เป็นต้น


ชาติอ่าวอาหรับหาทางยับยั้งสงคราม


สำนักข่าวอัล จาซีรา รายงานว่า ชาติอ่าวอาหรับไม่ต้องการการเผชิญหน้า ไม่กี่สัปดาห์ก่อนการปะทะกัน โอมานยังหาหน้าทีเป็นผู้ไกล่เกลี่ยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านอยู่ แต่หลังจากนั้น สหรัฐฯและอิสราเอลกลับเปิดฉากโจมตีอิหร่าน


มาร์คส์ มองว่า GCC หรือ คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ  มองเห็นเค้าลางของสงครามมาแล้วก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์ และพยายามอย่างมากในการหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะพวกเขารู้ดีว่า ระบอบอิหร่านที่ถูกต้อนจนมุม จะต้องเลือกจัดการพี่น้องก่อนที่จะฆ่าตัวตายเอง ซึ่งเธอหมายถึง อิหร่านจะเอาประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางเป็นตัวประกันในการต่อรอง


ขณะที่ ร็อบ กีสต์ พินโฟลด์ นักวิชาการจาก King’s College London เห็นด้วยเช่นกันว่า ชาติอ่าวอาหรับพยายามอย่างหนักเพื่อยับยั้งการแทรกแซงทางการทหาร พวกเขาไม่ต้องการสงคราม และหากพวกเขาเข้ารวมสงครามนี้ ก็จะถูกมองว่าร่วมมือกับอิสราเอล ซึ่งถือเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงในแง่ความชอบธรรม


ชาติอาหรับกับทางเลือกที่ไม่อยากเลือก


อย่างไรก็ตาม การนิ่งเฉยปล่อยให้มีการโจมตีไปเรื่อยๆ ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน เพราะผู้นำก็ย่อมต้องฟังเสียงประชาชน รวมถึงต้องปกป้องประชาชนและอธิปไตยของชาติ ดังนั้น นักวิเคราะห์ทั้งสองจึงมองว่า ชาติอ่าวอาหรับท้ายสุดจะต้องดำเนินการอะไรบางอย่าง โดยคาดการณ์ว่า อาจจะเป็นการเปิดฉากโจมตีตอบโต้ร่วมกัน ในนามของ Peninsula Shield Force (PSF) มากกว่าการยอมเปิดน่านฟ้าให้สหรัฐฯหรืออิสราเอลใช้ในปฏิบัติการของพวกเขา


สำหรับ PSF นั้นคือกองทัพร่วมที่ก่อตั้งโดย GCC ตั้งแต่ปี 1984 และได้แปรเปลี่ยนมาเป็น Unified Military Command หรือ หน่วยบัญชาการรบรวม ในปี 2013


พินโฟลด์ระบุว่า ชาติอาหรับอาจเลือกใช้กลไกนี้ แทนการร่วมมือกับอิสราเอล เพราะพวกเขาต้องการมีบทบาทในฐานะผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม นอกจากนี้ สหรัฐฯและอิสราเอลเป็นฝ่ายเริ่มสงครามนี้ ส่วนอิหร่านก็เป็นฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ในขณะที่ชาติอ่าวอาหรับ ก็อยู่ในสถานะที่ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่เป็นผู้ถูกกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว


ทั้งนี้ บรรดาผู้นำชาติอาหรับมีความกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบาง ซึ่งมาร์คส์ ระบุว่า นี่คือฝันร้ายที่แท้จริงหากเกิดการโจมตีที่โครงข่ายไฟฟ้า โรงผลิตน้ำจืดจากทะเล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน


มาร์คส์กล่าวว่า หากไม่มีเครื่องปรับอากาศและน้ำจืด ประเทศตะวันออกกลางที่ร้อนจัดและมีพื้นที่แห้งแล้ง นั้นแทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้เลย และหากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก็จะกระทบกับรายได้ของประเทศ ดังนั้นชาติอ่าวอาหรับจะต้องดำเนินการอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์เหล่านั้น


ขณะที่พินโฟลด์ มองว่า ภัยคุกคามที่ลึกกว่านั้น ไม่ใช่ทางกายภาพ แต่เป็นเรื่องของชื่อเสียง เพราะความเสียหายที่ยาวนาน จะทำลายซอฟต์พาวเวอร์ของชาติอ่าวอาหรับ ที่ชูเรื่องของการเป็นพื้นที่ที่มั่นคง คาดเดาได้ สำหรับการลงทุนและการท่องเที่ยงในภูมิภาคที่วุ่นวาย การโจมตีของอิหร่านทำลายชื่อเสียงเหล่านี้ไป

ยุคใหม่ของสงครามรัฐต่อรัฐ?


นักวิเคราะห์ทั้งสองยังเห็นตรงกันว่า วิกฤตครั้งนี้เปลี่ยนพลวัตของความมั่นคงของตะวันออกกลางอย่างมาก หลายปีที่ผ่านมา ชาติอ่าวอาหรับมุ่งเน้นที่ภัยคุกคามจากกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ หรือ non-state actors เช่น กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน แต่ในเวลานี้ สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว เราได้กลับสู่กระบวนทัศน์แบบเก่ามากของการสงครามแบบรัฐต่อรัฐ


พินโฟลด์ตั้งข้อสังเกตว่า เราไม่ค่อยเห็นการสงครามแบบเทาๆ เช่น การปล่อยข้อมูลเท็จ สงครามตัวแทน แต่เรากำลังเห็นการยกระดับสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นแบบใหม่


ด้านมาร์คส์ ระบุว่า ก่อนเกิดสงคราม ชาติอ่าวอาหรับมองอิสราเอลเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางมากกว่าอิหร่าน โดยเฉพาะเมื่ออิสราเอลสังหารบรรดาแกนนำกลุ่มฮามาสในกาตาร์เมื่อปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ การประเมินของพวกเขาแตกต่างออกไปแล้ว


การตอบโต้กลับของอิหร่านนั้นกว้างและกระจัดกระจายเกินไป ทำให้ตอนนี้ชาติอาหรับกำลังประเมินสถานการณ์ใหม่ ดังนั้น ความเคลื่อนไหวต่อไปของพวกเขา จะขึ้นอยู่ว่าอิหร่านทำอะไร เป็นทางลงที่สมเหตุสมผลมากกว่านี้หรือไม่ ซึ่งก็จะทำให้บรรดาชาติอาหรับยอมนิ่งเฉยไม่เข้าสู่ความขัดแย้งนี้ได้ และพวกเขาก็ต้องการเช่นนั้นอยู่แล้วเช่นกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง