"ณพ"ลั่นชนะคดีWEH เคลียร์เหตุความวุ่นวาย

#WEH #ทันหุ้น - ศาลไทยยกฟ้อง "ณพ ณรงค์เดช" กรณีโกงหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ (WEH) “นพพร” สวนทางศาลอังกฤษ อดีตมือกฎหมายกรรมการ SCB “วีระวงศ์” แจงเหตุชัดทำไมไม่โกง ด้าน “ณพ” ชี้ซื้อหุ้นไม่ใช่เงินกงสี มีเส้นทางการเงินจากคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ระบุเคยเสนอให้พี่น้องลงทุนแต่ไม่ได้ตอบรับ มีสัญญาเงินกู้ครอบครัว ระบุชนะคดีครอบครัวหมด 5 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายณพ ณรงค์เดช พร้อม นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ ที่ปรึกษากฎหมาย อดีตกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ และ คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา พร้อมนายอภิวุฒิ ทองคำ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ได้ออกเปิดข้อมูลสําคัญโต้กลับทุกข้อกล่าวหา คดีครอบครัว และคดีหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH
นายณพ ณรงค์เดช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ทางศาลแขวงพระนครใต้ ได้มีการพิจารณคดีเกี่ยวกับกรณีที่"นพพร ศุภพิพัฒน์" ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ฟ้องตนเองในฐานะผู้ซื้อ WEH ในข้อหาโกงเจ้าหนี้ในธุรกรรมซื้อหุ้น WEH และศาลมีคำตัดสินให้ยกฟ้องในกรณีดังกล่าว
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับหุ้น WEH ตนเองขอยืนยันว่าธุรกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นกับ "นายนพพร” เป็นไปอย่างถูกต้องและชำระค่าซื้อหุ้น บริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี คอร์เปอร์เรชั่น จํากัด หรือ REC ซึ่งถือหุ้น WEH เป็นจำนวน 59.46% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เรียบร้อยแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท คงเหลือเพียงโบนัสเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขคือการนำหุ้น WEH เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งปัจจุบัน WEH ยังไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้แต่อย่างใด และที่ผ่านมาก็ต้องแก้ปัญหาจากการซื้อหุ้นดังกล่าว
ขณะเดียวกันตนเองได้พิสูจน์ความจริงแล้วว่า “ครอบครัวณรงค์เดช” ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุนหุ้น WEH ซึ่งคดีที่ครอบครัวฟ้องร้องทั้ง 5 คดีนั้นตนชนะทั้งหมด และศาลได้เห็นภาพชัดในด้านของเส้นทางการเงินและเงินลงทุนที่มาจากคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ไม่ใช่ “ครอบครัว” อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาตนได้กู้เงินครอบครัวและมีการคืนเงินไปแล้วพร้อมดอกเบี้ยเหลือค้างราว 500-600 ล้านบาท ซึ่งยืนยันเป็นเงินกู้ไม่ใช่เงินลงทุน โดยยอมรับที่ผ่านมาได้ถามครอบครัวให้ร่วมเข้าลงทุน WEH แต่ได้รับคำตอบว่า เพ้อฝัน จึงมีการเข้าคุยกับคุณหญิงกอแก้ว และได้รับการสนับสนุนแต่ไม่ออกหน้า
@คุณหญิงกอแก้วยันเงินตัวเอง
คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา กล่าวยืนยันว่า ตนเองได้เข้าช่วยเหลือด้านการเงินให้ณพ ในการซื้อหุ้นวินด์ เนื่องจากไม่มีใครช่วยเหลือ ณพบอกเป็นคนสุดท้าย จึงได้ช่วยเหลือ แต่ตนเองไม่ต้องการออกหน้า จึงให้ ณพ หาคนที่เชื่อใจและไว้ใจได้มาใส่แทน เมื่อวินด์พ้นวิกฤติและทำรายได้ปีละหลายพันล้าน จึงเกิดคดีความการกล่าวหามาจากผู้ที่ไม่ได้ลงทุนเพื่อต้องการอยากได้หุ้น ยืนยันหลักฐานการเงินทุกอย่างมีครบ
@ เคลียร์ปมโกงหุ้น
นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย อดีตกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่ศาลไทยได้ตัดสินใจพิพากษาให้ ณพ และพรรคพวก ชนะคดีโกงหุ้น “นพพร” นั้น เป็นคำตัดสินที่ตรงกันข้ามกับศาลอังกฤษ ที่พิพากษาก่อนหน้านั้น
ซึ่งการโอนหุ้นต่างๆ นั้น มีประเด็นสำคัญอยู่ที่การที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่สามารถให้เงินกู้กับบริษัทที่มีผู้บริหารมีคดีในการอุ้มและม.112 โดยเฉพาะเมื่อ “นายนพพร” ที่ขายหุ้น REC ออกไปก่อนหน้านี้ฟ้องจะเอาหุ้นคืน ท่ามกลางที่บริษัทต้องมีการจ่ายเงินค่ากังหันลมเร่งด่วน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับโครงสร้างการถือหุ้น โดยคุณหญิงกอแก้ว ได้จ่ายเงินซื้อหุ้น และทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนคือ ดร.เกษม ถือหุ้น WEH ผ่าน GML ซึ่งหากไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถได้เงินทุนมาดำเนินโครงการได้มูลค่าหุ้นก็จะลดลง
ส่วนกรณีศาลอังกฤษตัดสินว่าโกงหุ้นนั้น ไม่ได้มีผลต่อไทย ซึ่งประเด็นสำคัญของการโกงหุ้นอยู่ที่การทำอะไรที่มีเจตนาพิเศษเพื่อโกงเจ้าหนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีนี้มูลเหตุทั้งหมดเกิดจาก “นายนพพร” ที่ทำผิดกฎหมาย และธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้ได้ ถ้าไม่มีการฟ้องจะเอาหุ้นคืนเรื่องเหล่านี้ก็จะจบตั้งแต่วันที่ นายนพพร ขายหุ้น ซึ่งก็ต้องไปพิจารณาว่าทำไมขายหุ้นไปแล้วต้องการหุ้นคืน ทำไมต้องทำให้ไทยพาณิชย์ไม่ให้กู้ด้วย
"อยากสรุปให้ทราบว่ากฎหมายไม่ซับซ้อน โกงเจ้าหนี้คือทำอะไรเพื่อโกงเจ้าหนี้ ถ้าไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เรื่องนี้มูลเหตุเกิดจากนายนพพรที่ทำผิดกฎหมาย และไทยพาณิชย์ไม่ต้องการปล่อยกู้ ให้นายนพพร”
สำหรับรายละเอียดของคดี กับครอบครัว ที่มีพิพากษาชนะคดีตลอด 6 ปีเต็ม มีดังนี้
คดีที่ 1 - คดีฮ่องกง HCA 1525/2018 (ศาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง) เกษม ณรงค์เดช เป็นโจทก์ ฟ้องโกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด จำกัด จำเลยที่ 1 ณพ ณรงค์เดช จำเลยที่ 2 คุณหญิง กอแก้ว บุณยะจินดา จำเลยที่ 3 เรื่องละเมิดและขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อ2561 คำพิพากษา: อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง โดยให้ชำระค่าใช้จ่ายในอัตราสูงสุด ให้แก่จำเลย
ขณะที่คดีที่ 2 - คดีใช้เอกสารปลอม อ.2497/2561 (ศาลอาญา รัชดา) ของ "เกษม ณรงค์เดช" เป็นโจทก์อ้างว่าตนเองในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ต จำกัด ฟ้อง "คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา" จำเลยที่ 1 "ณพ ณรงค์เดช" จำเลยที่ 2 และ "สุรัตน์ จิรจรัสพร" จำเลยที่ 3 เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร เมื่อปี2561 คําพิพากษา: ยกฟ้อง พยานผู้เชี่ยวชาญยันกันไม่อาจรับฟังเป็นยุติ ลายมือชื่อไม่ได้ผิดแผกแตกต่างให้เห็นชัดเจน ว่าเป็นลายมือชื่อปลอม เงินช่วยเหลือจากครอบครัวก็เป็นเงินกู้ยืม ซึ่ง ณพ รับผิดชอบภาระหนี้และการบริหารจัดการ คนเดียวจึงไม่ใช่การร่วมลงทุนในความหมายของกฎหมาย พยานโจทก์รับฟังไม่ได้โดยปราศจากข้อสงสัย ว่าเอกสาร ทั้ง 3 ฉบับเป็นเอกสารปลอม
สำหรับคดีที่ 3 - คดี เรียกทรัพย์คืน พ.1031/2562 (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) เกษม ณรงค์เดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย 14 คน และมีจำเลยร่วมอีก 31 คน เมื่อปี2562 เรื่องให้เรียกทรัพย์ คืน (หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด) คำพิพากษา: โจทก์ขอถอนฟ้อง ไปเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเรื่องนี้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง หลังจาก ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงินปันผลของบริษัท วินด์ฯ โดยให้เหตุผลชัดเจนว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้หากฟังว่า เกษม ให้หุ้นดังกล่าวแก่ ณพ การเรียกคืนจะต้องปรากฏว่า "ณพ" ประพฤติเนรคุณ แต่ไม่ปรากฏเหตุว่า ประพฤติเนรคุณ
ด้านคดีที่ 4 – คดีผิดสัญญา เรียกทรัพย์คืน พ.978/2565 (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) "กฤษณ์ และกรณ์ ณรงค์เดช" เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง "ณพณรงค์เดช" เป็นจำเลยที่ 1 บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮ ลดิ้ง จำกัด เป็นจำเลยที่ 2 บริษัท โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 และ "คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา" เป็นจำเลยที่ 4 เมื่อปี 2565 เรื่องสัญญาเพิกถอนนิติกรรมเรียกทรัพย์คืน คำพิพากษา: ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองไม่สามารถนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่า เอกสารดังกล่าวในการโอนหุ้นไม่เป็นเอกสารที่แท้จริง หรือเป็นพยานเอกสารที่รับฟังไม่ได้เพราะเหตุใด ข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ เป็นการกล่าว อ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักหักล้างข้อสันนิษฐานกฎหมาย เมื่อโจทก์สืบไม่ได้จึงต้องฟังว่า การโอนหุ้นพิพาทหรือการซื้อหุ้นพิพาทมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ก็ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไม่เป็นโมฆะ เรื่องความเห็นเจ้าของหุ้น ของโจทก์ทั้งสอง เมื่อได้ความว่า เงินที่ซื้อหุ้นพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ทั้งสองและไม่ปรากฏว่าเอกสารที่อ้างเป็นเอกสาร ปลอม การโอนหุ้นพิพาทถูกต้องตามแบบของกฎหมาย จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของหุ้นพิพาท ไม่จำต้อง โอนหุ้นคืนแก่โจทก์ทั้งสอง
คดีที่ 5 - คดีปลอมลายเซ็น อ.1708/2564 (ศาลอาญากรุงเทพใต้) คดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1) เป็นโจทก์ฟ้อง "ณพ ณรงค์เดช" กับพวกรวม 3 คนเมื่อปี 2564 ในฐานความผิดร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอมร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอมคำพิพากษา: ยกฟ้อง ศาลใช้ดุลพินิจรับฟังว่า เอกสารทั้ง 6 ฉบับปลอม แต่ทางนำสืบและพยานหลักฐานรวมทั้งคำ เบิกความของเกษมไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ยืนยันว่า "ณพ คุณหญิงฯ และสุภาพร" เป็นผู้ปลอม มีส่วนเกี่ยวข้องในการลง ลายมือชื่อหรือนำมาใช้หรืออ้างชื่อใด ซึ่ง"กฤษณ์" ก็เบิกความว่า ไม่ทราบว่าใคร เป็นผู้ลงลายมือชื่อปลอม ส่วน "กรณ์" ก็เบิกความว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในขณะลงลายมือชื่อ จึงไม่ทราบว่า ผู้ใดลงลายมือชื่อ จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสาม ไม่ได้ร่วมกันปลอมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการปลอม
นายณพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลอด 6 ปี นั้นตนเองเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพื่อรอศาลพิพากษาให้ครบทุกคดี จึงออกมา ชี้แจงข้อเท็จจริงในครั้งเดียว เพื่อให้เกิดความชัดเจน พร้อมพิสูจน์ความจริง ตอบทุกข้อกล่าวหาที่ถูกนำไปเบี่ยงเบน เป็นประเด็น โดยไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด สําหรับเรื่องที่เสียใจที่สุดคือการที่ "คุณพ่อ (ดร.เกษม ณรงค์เดช) ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" เพียงเพราะมีคนต้องการผลประโยชน์จากหุ้นวิน ฯ
นอกจากนี้ ณพ ณรงค์เดช และลูกๆ ไม่ได้รับโอกาส” ให้เข้าไปพบคุณพ่อตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะ ความขัดแย้งของพี่น้อง แม้จะพยายามเข้าพบหลายรอบแล้วก็ตาม ซึ่งแพยังคงเฝ้ารอโอกาสที่จะได้เข้าพบคุณพ่อเสมอ
ปัจจุบันนี้ธุรกิจที่มี"กฤษณ์ ณพ และกรณ์" เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันนั้น มีเพียง บริษัทเคพีเอ็น แลนด์ เท่านั้น โดยถือหุ้นคนละ 1 ใน 3 จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งกันในเรื่องหุ้น บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด จึงถูกกันออกมา ไม่ได้ร่วมบริหารจัดการหรือร่วมตัดสินใจใดๆ รวมทั้งการที่บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท ไรมอนแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ด้วย โดยธุรกิจส่วนตัวของ ณพ ณรงค์เดช ยังมีสถาบันดนตรี KPN ซึ่งเป็นธุรกิจที่ภูมิใจที่สุด ที่ได้ทำขึ้นตามความปรารถนาของคุณแม่ (คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช) ซึ่งมีแฟรนไชส์อยู่ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจโรงพยาบาล ที่ได้ร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนอีก 2 บริษัท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
