รีเซต

สธ.ชี้ตัวเลขโควิดไทยอยู่ระดับกลาง ไม่พุ่ง!  ยังพบคลัสเตอร์สังสรรค์-พิธีศาสนา-โรงงาน-รพ.

สธ.ชี้ตัวเลขโควิดไทยอยู่ระดับกลาง ไม่พุ่ง!  ยังพบคลัสเตอร์สังสรรค์-พิธีศาสนา-โรงงาน-รพ.
มติชน
17 มกราคม 2565 ( 14:49 )
32
สธ.ชี้ตัวเลขโควิดไทยอยู่ระดับกลาง ไม่พุ่ง!  ยังพบคลัสเตอร์สังสรรค์-พิธีศาสนา-โรงงาน-รพ.

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก พบติดเชื้อใหม่ 1.8 ล้านราย สะสมแล้ว 328 ล้านราย พบเสียชีวิตเพิ่ม 3,810 ราย สะสม 5.55 ล้านราย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในระดับโลกที่ตัดจำนวนตั้งปลายเดือนธันวาคม 2563 จนถึงต้นเดือน มกราคม 2565 พบว่า อัตราผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ย 7 วันย้อนหลัง หลังจากพบเชื้อโอมิครอนเข้ามา ทำให้ภาพรวมติดเชื้อต่อวัน 2.9-3 ล้านราย

 

 

“แต่น่าสังเกตคือ ผู้เสียชีวิตไม่เพิ่มขึ้นตาม เฉลี่ยที่วันละ 7,000 ราย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการติดตาม สหรัฐอเมริกา แม้ว่าติดเชื้อช่วงหลังพุ่งขึ้น แต่ขณะนี้เริ่มชะลอตัว ขณะที่อังกฤษได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาด และลดลงมาอย่างชัดเจน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตยกตัวขึ้นเล็กน้อย แต่หากเทียบสัดส่วนกับเชื้อเดลต้า ยังแตกต่างชัดเจน ระลอกนี้ยังน้อยกว่ากันมาก” นพ.เฉวตสรรกล่าว และว่า ส่วนประเทศแอฟริกาใต้ ผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยผู้เสียชีวิตไม่สูงขึ้นตามจำนวนติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น แต่พบว่า เยอรมนี มีการติดเชื้อสูงขึ้นก่อนที่จะมีข่าวโอมิครอนปรากฏ โดยมีการลดลงมากแล้ว แต่ระยะหลังก็เพิ่มสูงขึ้นอีก เป็นการบอกว่า ลักษณะในแต่ละประเทศต่างกันออกไป สำหรับไทย มีการติดเชื้อในรอบระลอกเดือนมกราคม 2565 พบว่าติดเชื้อโอมิ ครอน สูงขึ้น แต่การเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง

 

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับข้อมูลการรับผู้เดินทางจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-16 มกราคม 2565 เข้ามา 121,645 ราย พบติดเชื้อ 4,179 ราย อัตราติดเชื้อ ร้อยละ 3.44 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่พบอัตรา ร้อยละ 0.13 และเดือนธันวาคม 2564 พบอัตรา ร้อยละ 0.45 ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ทั่วโลกที่ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้น ประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามามีสถานการณ์ติดเชื้อสูงขึ้น สะท้อนสู่ผู้เดินทาง ซึ่งเราก็ป้องกันอย่างเต็มที่ โดยช่วงเดือนมกราคม 2565 ประเทศที่มามากที่สุดคือ รัสเซีย 11,232 คน ติดเชื้อ 508 คน อัตรา ร้อยละ 4.52 รองลงมาคือ เยอรมนี คือ 7,06 คน ติดเชื้อ 303 คน อัตรา ร้อยละ 4.28 แต่หากดูอัตราการติดเชื้อที่สูงสุด คือ ออสเตรเลีย เข้ามา 2,515 คน ติดเชื้อ 180 คน คิดเป็น ร้อยละ 7.16 รองลงมาคือ อังกฤษ เข้ามา 6,274 คน ติดเชื้อ 375 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.96 และสหรัฐ เข้ามา 6,531 คน ติดเชื้อ 379 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.8

“แนวโน้มจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวหลังไม่ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม จำนวนการติดเชื้อยังไม่ได้มีลักษณะเพิ่มขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 7-8 มกราคมเป็นต้นมา ส่วนกรุงเทพมหานครสูงขึ้นเล็กน้อย จ.ชลบุรี เหมือนผ่านจุดที่ติดเชื้อสูงสุดและลดต่ำลงมา เช่นเดียวกับ จ.ภูเก็ต ส่วน จ.สมุทรปราการ อยู่ในลักษณะคงตัวต่อมาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ คลัสเตอร์ยังอยู่ในกลุ่มร้านอาหาร สถานบันเทิง โรงงาน ตลาด งานสังสรรค์ พิธีกรรมศาสนา ค่ายทหาร และสถานพยาบาล” นพ.เฉวตสรรกล่าว

 

นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงรายงานการฉีดวัคซีนในประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม เนื่องจากเป็นวันหยุดจึงได้น้อยอยู่ที่ 172,437 โดส โดยส่วนใหญ่เป็นเข็มที่ 3 คือ 129,341 โดส ทำให้ยอดสะสมการฉีดวัคซีนที่ 109,542,15 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 51.8 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 71.9 เข็มที่ 2 จำนวน 47.5 ล้าน โดส คิดเป็นร้อยละ 66.1 และเข็มที่ 3 จำนวน 10.1 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 14.1

 

“เมื่อเทียบฉากทัศน์ สำหรับสถานการณ์จริงช่วงแรกไต่ระดับเส้นสีเทาของฉากทัศน์ที่คาดการณ์ แต่เมื่อมีมาตรการเข้มงวดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เส้นสถานการณ์จริงลดลงมาอยู่ในระดับเส้นสีเทา ที่ระบาดแบบกลางๆ หรือหากดีกว่านั้น ก็ดูจะเข้าใกล้เส้นสีเขียว ที่มีการติดเชื้อน้อยที่สุดของการคาดการณ์ทั้ง 3 รูปแบบ ส่วนเสียชีวิตจริงอยู่ในระดับที่ต่ำสุดของการคาดการณ์” นพ.เฉวตสรรกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคลัสเตอร์ที่พบในประเทศไทย ได้แก่ 1.ร้านอาหาร/สถานบันเทิง อุบลราชธานี ร้านปั๊มน้ำมัน 3 ราย ร้านแสนคำ 2 ราย, เพชรบุรี ร้านทานะซูซิ ชะอำ 3 ราย 2.โรงงาน/สถานประกอบการ ศรีสะเกษ โรงงานธงชัยอุตสาหกรรม 6 ราย, น่าน CT โรงน้ำแข็ง 4 ราย 3.ตลาด อุดรธานี ตลาดเทศบาลวังสามหมอ 4 ราย 4.งานสังสรรค์ อำนาจเจริญ ต.บุ่ง อ.เมือง 3 ราย งานวันเกิด ต.โคกกลาง อ.ลืออำนาจ 3 ราย 5.พิธีศาสนา อุบลราชธานี 16 ราย, ร้อยเอ็ด 8 ราย, สมุทรปราการ 5 ราย 6.ค่ายทหาร ลพบุรี 30 ราย และ 7.สถานพยาบาล กรุงเทพฯ รพ.ภูมิพล อดุลยเดช 9 ราย, รพ.ธนบุรี 4 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง