รีเซต

ปมวีบูลล์ซื้อ PI เขย่าโบรก  เล็งเพิ่มมั่งคั่งไฮเน็ตเวิร์ธ

ปมวีบูลล์ซื้อ PI เขย่าโบรก  เล็งเพิ่มมั่งคั่งไฮเน็ตเวิร์ธ
ทันหุ้น
1 กรกฎาคม 2569 ( 02:20 )
4

               นายชลเดช  เขมะรัตนา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ถึงเบื้องหลังและยุทธศาสตร์สำคัญภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ PI ว่า แม้วีบูลล์จะมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และมีแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่จากการประเมินทิศทางตลาดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง หรือ High Net Worth (HNW) เป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตได้ดีกว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด

               อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของลูกค้ากลุ่มนี้ในประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับ “Human Touch” หรือการมีเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) และผู้ดูแลความสัมพันธ์ (RM) ที่คอยให้คำปรึกษาและพูดคุยได้ ดังนั้นแทนที่จะค่อยๆ สร้างทีมงานเพื่อหาลูกค้ากลุ่ม HNW ทีละนิด ซึ่งต้องใช้เวลานาน การเข้าซื้อกิจการที่พร้อมอยู่แล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

               นอกจากนี้ บล.พาย ยังมีโครงสร้างธุรกิจที่น่าสนใจ โดยการตั้งทีมอิสระเพื่อหาลูกค้าและบริหารจัดการรายได้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมทั่วไปที่เน้นการรวมศูนย์

               นายชลเดช ยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับพนักงานใดๆ แต่นโยบายหลักคือการรักษาบุคลากรและผู้บริหารเดิม ตลอดจนนักวิเคราะห์ไว้ทั้งหมด เนื่องจากมองว่าทีมขายหรือเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนคือ “ลูกค้าคนแรก” ของบริษัทที่ต้องได้รับการบริการและดูแลอย่างดี เพื่อให้พวกเขาสามารถนำบริการไปส่งต่อให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ นายชลเดชมีแผนจะนำระบบเทคโนโลยีและระบบหลังบ้าน (Back-office) ระดับสากลของวีบูลล์เข้ามาช่วยบริหารจัดการต้นทุนให้ดียิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะพลิกฟื้นผลประกอบการของ บล.พาย จากที่เคยขาดทุนในปีที่แล้ว ให้กลับมามีกำไรให้ได้ภายในปีนี้ ผ่านการเสริมอาวุธและเครื่องมือใหม่ๆ ให้กับทีมงานเดิม

               นายชลเดช มั่นใจว่า การลงทุนครั้งนี้มีความคุ้มค่าสูงมาก และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว (Fast Payback) โดยความสำคัญของดีลนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ถือเป็น “ครั้งแรกของกลุ่ม Webull ทั่วโลก” ที่มีการเข้าซื้อกิจการโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม ที่มีทีมงานขายและหน้าร้าน

               หากโมเดลการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการลงทุนระดับโลกเข้ากับทีมงานแนะนำลงทุนมืออาชีพในประเทศไทยประสบความสำเร็จ กลุ่มวีบูลล์จะใช้ประเทศไทยเป็น “โมเดลต้นแบบ” เพื่อนำไปปรับใช้ในการขยายธุรกิจในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป

               นอกจากนี้ การมีฐานธุรกิจที่ครบวงจรยังทำให้วีบูลล์มีความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะการขยายทีม IC/RM ในอนาคตที่สามารถดึงดูดบุคลากรเก่งๆ เข้ามาร่วมงานได้ง่ายขึ้น

               ภายหลังการควบรวม ลูกค้าของ วีบูลล์ และ บล. พาย จะได้รับสิทธิประโยชน์และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและทันสมัยยิ่งขึ้น ประกอบด้วย งานวิจัยระดับสากล ซึ่งเป็นการยกระดับทีมรีเสิร์ชให้แข็งแกร่งขึ้น โดยจะครอบคลุมทั้งหุ้นไทย หุ้นสหรัฐอเมริกา และหุ้นญี่ปุ่น พร้อมอาวุธและเครื่องมือที่ครบมือ นอกจากนี้ลูกค้าจะมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม Company Visit ในต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายของวีบูลล์ที่มีอยู่ใน 15 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐ หรือญี่ปุ่น

               มีการนำ Partnership กับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง CME, CBOE และ S&P มาช่วยจัดสัมมนาให้ความรู้และส่งมอบข้อมูลเชิงลึกให้แก่ลูกค้าถึงเมืองไทย ตลอดจนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ DR ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ DR ที่อ้างอิงกับหุ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ และประเทศอื่นๆ ที่เข้าถึงได้ยาก ในต้นทุนที่แข่งขันได้

               การขยายธุรกิจในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดของบริษัท แต่เป็นการสร้างนิยามใหม่ของการบริการทางการเงินที่นำความล้ำสมัยของเทคโนโลยีมาสนับสนุนความเป็นมืออาชีพของมนุษย์ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้านักลงทุนไทยในเวทีโลก

               นายทอมมี่  เตชะอุบล รักษาการประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ CGH แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บล.พาย (Pi) ในสัดส่วน 90.98% และบริษัท ท็อปเทรดเดอร์ จำกัด (TT) ในสัดส่วน 55.99% ให้แก่ Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. (WBH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Webull Corporation มูลค่ารายการรวมประมาณ 2,865 ล้านบาท โดยราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนตามกลไก Price Adjustment หากสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของ บล. พาย เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตามเงื่อนไขที่กำหนด

               ด้าน CGH ภายหลังการขายหุ้นในครั้งนี้ มีแผนนำเงินทุนที่ได้รับไปรุกธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและสร้างรายได้ต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจสุขภาพ (Wellness) เตรียมเปิดตัว Wellness Clinic ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4/2569 และศึกษาการลงทุนในธุรกิจ Longevity Retreat             ธุรกิจสินเชื่อ การให้สนับสนุนทางการเงินแก่โครงการที่มีศักยภาพเพื่อสร้างกระแสเงินสดในระยะสั้น ธุรกิจไลฟ์สไตล์ สนใจลงทุนในด้านกีฬา ฟิตเนส และบริการที่เกี่ยวข้อง

               บล.พาย เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ดังกล่าว จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพของบริษัท ทั้งในด้านเทคโนโลยี เงินทุน เครือข่ายพันธมิตร และโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล โดยจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุน การขยายโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนระดับโลก การยกระดับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ภายใต้แนวคิด "Digital with Human Touch" ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง