“สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” แคมเปญหาเสียงที่อยู่นอกเอกสาร กกต.?

ในบรรดานโยบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนเวทีปราศรัยช่วงโค้งสำคัญของการเลือกตั้ง “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” คือหนึ่งในนโยบายที่สื่อสารได้ง่ายที่สุด ใช้เวลาอธิบายเพียงไม่กี่ประโยค แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้อย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสความสนใจหันกลับไปตรวจสอบในเชิงเอกสาร กลับพบข้อเท็จจริงสำคัญว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้ถูกระบุชื่ออย่างเป็นทางการในชุด “57 นโยบาย” ที่พรรคการเมืองยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมาย
ช่องว่างระหว่างเวทีหาเสียงกับเอกสารนโยบาย ทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของนโยบายนี้ว่า ถูกออกแบบมาในฐานะนโยบายสาธารณะที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ หรือทำหน้าที่หลักในฐานะแคมเปญสื่อสารเพื่อสร้างแรงดึงดูดทางการเมือง
กรอบเอกสาร กกต. กับการเลือกใช้ถ้อยคำ
ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 พรรคการเมืองมีหน้าที่ยื่นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยต้องระบุวงเงิน แหล่งที่มาของงบประมาณ และผลกระทบทางการคลังอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับวินัยการคลังของรัฐ
เอกสารนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีความยาวหลายสิบหน้า ใช้งบประมาณรวมกว่าสองแสนล้านบาท และมุ่งเน้นนโยบายเชิงโครงสร้าง เช่น การยกระดับอุตสาหกรรม การลดภาระค่าครองชีพ และการแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน โดยไม่ปรากฏการใช้ชื่อ “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ตามรูปแบบการสื่อสารที่ใช้บนเวทีปราศรัย
นักวิเคราะห์มองว่า แนวคิดหลักของนโยบายอาจถูกรวมไว้ในหมวดนโยบายกว้าง อาทิ การยกระดับคุณภาพชีวิตหรือการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษี แต่เลือกใช้ถ้อยคำทางเทคนิคและโครงสร้างเชิงนโยบายแทนภาษาที่มีลักษณะเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบด้านงบประมาณและวินัยการคลังของ กกต. ได้โดยไม่สร้างแรงเสียดทาน
การสื่อสารบนเวที กับตรรกะของสนามเลือกตั้ง
ในเชิงยุทธศาสตร์ การสื่อสารนโยบายบนเวทีหาเสียงมีเป้าหมายต่างจากเอกสารทางราชการอย่างชัดเจน เนื้อหาที่มีรายละเอียดซับซ้อนมักถูกย่อยให้เหลือสารสำคัญที่เข้าใจได้ในเวลาอันสั้น และสามารถจดจำได้ทันที
คำว่า “เงินล้าน วันละ 9 คน” ทำหน้าที่เป็นภาพจำในลักษณะนั้น ตัวเลขที่ชัดเจนและจูงใจช่วยดึงความสนใจได้รวดเร็ว และสอดรับกับการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับความกระชับ แตกต่างจากนโยบายเชิงโครงสร้างที่ต้องอธิบายผ่านข้อมูล ตัวเลข และเหตุผลเชิงระบบจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน พรรคผู้เสนอนโยบายพยายามอธิบายว่า กลไกที่ผูกกับใบเสร็จและระบบภาษี มีเป้าหมายเพื่อจูงใจให้ร้านค้าและประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มฐานข้อมูลธุรกรรม และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว การอธิบายในกรอบนี้ถูกใช้เพื่อลดข้อวิจารณ์ว่าเป็นการแจกเงินโดยปราศจากหลักคิดเชิงโครงสร้าง
ประชานิยมกับคำถามเรื่องผลลัพธ์ในวงกว้าง
ในทางวิชาการ นโยบายประชานิยมมักถูกอธิบายว่าเป็นนโยบายที่ให้ผลตอบแทนแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง โดยให้น้ำหนักกับผลลัพธ์ระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนทางการคลัง
กรณี “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ถูกตั้งคำถามว่า การใช้งบประมาณเพื่อสร้างผู้ได้รับประโยชน์จำนวนจำกัดในแต่ละวัน จะก่อให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากน้อยเพียงใด อีกทั้งยังมีความกังวลว่า รูปแบบการลุ้นรางวัลอาจทำให้รัฐเข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมพฤติกรรมการรอคอยโชคลาภ แทนการสนับสนุนการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายที่เห็นต่างให้เหตุผลว่า วงเงินรวมของโครงการไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ และสามารถสร้างแรงจูงใจเชิงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจได้จริง ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ระดับความชัดเจนของโครงสร้างนโยบาย และการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะให้สอดคล้องกับการสื่อสารบนเวทีหาเสียง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
