รีเซต

เลือกตั้ง 2569: ยื่นถอดถอน กกต. ได้หรือไม่? เมื่อเจตจำนงประชาชนถูกแขวนบน "ความผิดพลาด" ซ้ำซาก บนงบเกือบ 8,000 ล้าน

เลือกตั้ง 2569: ยื่นถอดถอน กกต. ได้หรือไม่? เมื่อเจตจำนงประชาชนถูกแขวนบน "ความผิดพลาด" ซ้ำซาก บนงบเกือบ 8,000 ล้าน
TNN ช่อง16
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:54 )
12

ความคุ้มค่าของงบประมาณและเจตจำนงของประชาชน
หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ ประชาชนสามารถดำเนินการอย่างไรกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้บ้าง? นี่คือคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณบริหารจัดการเลือกตั้งและทำประชามติ เกือบ 8,000 ล้านบาท ถูกนำมาใช้ทำหน้าที่ได้อย่างคุ้มค่าแล้วหรือไม่ เหตุใดการเลือกตั้งในทุกครั้ง เจตจำนงของประชาชนไทยจึงยังคงต้องแขวนอยู่บน "ความผิดพลาดของมนุษย์" (Human Error) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ?

ความผิดพลาดซ้ำคล้ายกับปีก่อนในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 2569...
ข้อมูลนี้เป็นการนำเสนอเพื่อสื่อสารไปยัง กกต. ด้วยความคาดหวังว่าจะเกิดการป้องกันไม่ให้ความล้มเหลวซ้ำซากเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา 9 ชั่วโมงเต็มคือช่วงเวลาแห่งความโกลาหลและพบปัญหามากมายในการจัดการการเล่ือกตั้ง

ประเด็นที่วิกฤตที่สุดจนนำมาสู่การตั้งคำถาม คือ "การเขียนรหัสหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด" ซึ่งมีการแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน Vote 62 สูงกว่า 400 กรณี  แม้ในท้ายที่สุดปัญหาดังกล่าวจะจบลงด้วยการที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ใช้วิธีการ "ขีดฆ่าและเซ็นกำกับ" รหัสใหม่ลงบนซองบัตรเลือกตั้งก็ตาม

คำชี้แจงจาก กกต. กับความกังวลเรื่อง "บัตรเสีย-บัตรเขย่ง"
แม้ทาง กกต. จะได้แถลงยืนยันทันทีว่าประชาชนไม่ต้องกังวลใจ เนื่องจากต่อให้รหัสผิดพลาด บัตรจะยังคงถูกส่งถึงหน่วยเลือกตั้งปลายทางอย่างถูกต้อง เพราะมีการจ่าหน้าซองระบุชื่อประธาน กกต. ประจำหน่วยไว้แล้ว แต่ประชาชนยังคงมีความกังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะเกิดกรณี "บัตรเสีย" หรือ "บัตรเขย่ง" เนื่องจากผลกระทบจากการเขียนรหัสหน้าซองผิดนั้นมีความรุนแรงมหาศาล ดังนี้:

  1. กรณีรหัสผิดแต่ข้อมูลอื่นถูกต้อง: คะแนนอาจจะไปถึงหน่วยปลายทางตามที่ กกต. ชี้แจง

  2. กรณีรหัสผิดและตรงกับหน่วยเลือกตั้งอื่นที่มีอยู่จริง: หากข้อมูลหน้าซองผิดพลาดด้วย บัตรจะถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งตามรหัสรหัสนั้นทันที ปัญหาใหญ่จะเกิดขึ้นกับ "บัตรสีเขียว" (สส. แบบแบ่งเขต) ที่ไม่มีชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรค ทำให้คะแนนถูกนับให้แก่ผู้สมัครในเขตที่ส่งไปผิด ทั้งที่ไม่ใช่บุคคลที่เจ้าของคะแนนตั้งใจเลือก

  3. กรณีรหัสผิดเป็นเลขที่ไม่มีอยู่จริง: หากข้อมูลส่วนอื่นบนซองผิดพลาดจนไปรษณีย์ไม่สามารถนำส่งได้ บัตรใบนั้นจะถูกตัดสินเป็น "บัตรเสีย" ในทันที

ความบกพร่องของ กปน. และ ระบบ E-voting สามารถทำได้หรือยัง?
จากการสังเกตการณ์พบว่า กรรมวิธีของ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ในบางหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติขัดกับสิ่งที่ กกต. แถลงไว้ โดยไม่มีการทวนรหัสจังหวัดและเขตให้ถูกต้องก่อนหย่อนลงหีบ นำมาสู่คำถามว่าเหตุใดประเทศไทยจึงยังไม่นำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ (E-voting) มาใช้ ทั้งที่ในทางนิตินัย กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้แล้ว และเครื่อง E-Voting รุ่นที่ 4 ก็ถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์มานาน แต่กลับติดปัญหาที่ กกต. มักอ้างเรื่องความไว้วางใจและความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งหากมีการพัฒนาอย่างจริงจัง ระบบนี้จะสามารถแก้ปัญหาทุจริต บัตรเสีย และบัตรเขย่งได้อย่างถาวร

ความเป็นไปได้ในการถอดถอน กกต. ?
สำหรับคำถามที่ว่าประชาชนสามารถยื่นถอดถอน กกต. ได้หรือไม่? แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะเปิดโอกาสเอาไว้ แต่ในทางปฏิบัตินั้นถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย 

กกต. ชุดปัจจุบันทั้ง 7 ท่าน ดำรงตำแหน่งในวาระ 7 ปีและกำลังจะหมดวาระลงในปีนี้ โดยได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประมาณ 1.3 - 1.5 แสนบาท ไม่รวมสวัสดิการอื่นๆ แต่ผลงานที่ผ่านมากลับเต็มไปด้วยข้อกังขา

แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 จะเปิดช่องให้ประชาชนเข้าชื่อ 20,000 รายชื่อเพื่อถอดถอนองค์กรอิสระ แต่กระบวนการกลับซับซ้อนและต้องผ่านด่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระอื่นๆ ตั้งแต่ประธานสภาฯ ไปจนถึงศาลฎีกาหรือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าทุกองค์กรล้วนมีความเชื่อมโยงกันผ่านที่มาเดียวกัน จนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกวิจารณ์ว่าออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจขององค์กรอิสระและแก้ไขได้ยาก

ประชามติ 8 กุมภาพันธ์ เดิมพันสำคัญของเจ้าของประเทศ
ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ หากมีการลดทอนอำนาจของ สว. ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน จะถือเป็นการสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจขององค์กรอิสระโดยตรง และหากการแก้ไขเกิดขึ้นจริง ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือความโปร่งใสในการเลือกตั้ง และอำนาจในการตรวจสอบ กกต. จะกลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

นี่คือเหตุผลว่าทำไม "การทำประชามติ" ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จึงสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคือการเขย่าโครงสร้างอำนาจและที่มาของ กกต. โดยตรง ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกระบบเดิมที่ยอมรับความผิดพลาดซ้ำซากเป็นเรื่องปกติ หรือจะร่วมสร้างระบบใหม่เพื่อปกป้องเจตจำนงของประชาชน ไม่ให้ใครมาบิดเบือนหรือมีอำนาจเหนือกว่าผู้เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงได้อีกต่อไป 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง