ญี่ปุ่นลุ้นได้เรือฟริเกต 12 ลำ ใน 8 ปี โชว์กำลังการผลิต - ความต่อเนื่องแผนงาน หลังตอนนี้รับมอบไปแล้วกว่า 10 ลำ

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นประกาศตั้งเป้ารับมอบเรือฟริเกตชั้นโมกามิ (Mogami-class) ให้ครบทั้ง 12 ลำ ภายในเดือนมีนาคม 2027 นี้ หลังล่าสุดรับมอบ JS Nagara เรือฟริเกตลำที่ 10 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา และถ้าทำเสร็จ จะกลายเป็นหนึ่งในชาติที่ต่อเรือได้ไวที่สุดในโลก โดยใช้เวลาเพียง 8 ปี ในการต่อเรือมากถึง 12 ลำ
ญี่ปุ่นโชว์ต่อเรือเสร็จ 10 จาก 12 ลำ ลุ้นเฟสสุดท้ายต้นปีหน้า
เมื่อ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ (Mitsubishi Heavy Industries) wfhทำการส่งมอบเรือฟริเกตชั้น โมกามิ (Mogami-class) ลำที่ 10 ภายใต้ชื่อ "JS Nagara" ให้แก่กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (JMSDF) ณ อู่ต่อเรือนางาซากิ (Nagasaki Shipyard)
JS Nagara ตั้งชื่อตามแม่น้ำนางาระในจังหวัดกิฟุ ระวางขับน้ำ 3,900 ตัน ความเร็วมากกว่า 30 นอต หรือ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งเรดาร์ AESA แบบ OPY-2 พร้อมโซนาร์ รองรับการยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ Type 17 กว่า 8 ลูก ระยะการยิง 400 กิโลเมตร รวมถึงอาวุธจรวดเรือสู่อากาศ SeaRAM, ตอร์ปิโดแบบ Type 12 และปืนใหญ่ Mk-45 ขนาด 127 มม. ด้วย
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจะส่ง JS Nagara เข้าประจำการในหน่วยฝูงบินลาดตระเวนและป้องกันประเทศที่ 2 ณ ฐานทัพเรือคุเระ จังหวัดฮิโรชิมา ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ความสามารถของญี่ปุ่นในการต่อเรือรบที่ทันสมัยในเวลาอันรวดเร็ว แม้ประเทศจะเผชิญสภาวะประชากรหดตัว โดยเรือชั้นนี้ใช้จำนวนลูกเรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับเรือฟริเกตรุ่นเก่าอีกด้วย
ญี่ปุ่นใช้เรือฟริเกตโมกามิเปิดทางส่งออก
กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นมีแผนการรับมอบเรือลำที่ 11 และ 12 จาก Mitsubishi Heavy Industries ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า ตามแผนต่อเรือชุดแรก ก่อนที่จะต่อเรือฟริเกตชั้นโมกามิรุ่นปรับปรุงอัปเกรดเพิ่มเติมอีกจำนวน 12 ลำ
โดยตัวเรือรุ่นใหม่จะมีโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น ตัวเรือยาวขึ้น มีระวางขับน้ำเพิ่มขึ้น และจะมีการเพิ่มขีดความสามารถทางยุทโธปกรณ์ด้วยการติดตั้งท่อปล่อยขีปนาวุธแนวตั้ง (Vertical Launch System: VLS) บริเวณส่วนหัวเรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือคิดเป็นจำนวน 32 ท่อ (32-cell) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและยับยั้งการโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบอิ่มตัว (Saturation missile attack) ในภูมิภาค
ปัจจุบัน เรือฟริเกตโมกามิรุ่นอัปเกรดกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ โดยในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ประเทศออสเตรเลียได้เลือกแบบเรือโมกามิรุ่นปรับปรุงนี้ในโครงการเรือฟริเกตอเนกประสงค์ SEA 3000 จำนวนรวมทั้งสิ้น 11 ลำ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ยังกำหนดให้ 8 ลำที่เหลือดำเนินการต่อเรือในออสเตรเลียอีกด้วย โดยเป็นผลจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่นกำลังเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ หลังจากที่มีนโยบายผ่อนปรนการควบคุมการส่งออกอาวุธที่เข้มงวดมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ประเทศนิวซีแลนด์ได้นำแบบเรือนี้เข้าสู่รายชื่อคัดเลือกสุดท้าย (Shortlist) แข่งกับเรือฟริเกตชั้น Type 31 ของสหราชอาณาจักร โดยคาดว่าจะตัดสินใจภายในสิ้นปี 2027 ขณะที่ไต้หวันและอินโดนีเซียต่างแสดงความสนใจในแพลตฟอร์มเรือรบนี้เช่นเดียวกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
