EECO ร่วมคณะเยือนเวียดนาม เร่งขยายลงทุนอาเซียน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หลังร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าร่วมเวทีหารือกับภาคเอกชนไทยในเวียดนาม เพื่อรับฟังข้อเสนอและอุปสรรคทางธุรกิจ ต่อยอดสู่การส่งเสริมการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยว่า การหารือดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม ณ กรุงฮานอย โดยครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ อาหารและเกษตร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และภาคการผลิต
ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้สะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายส่งเสริมการค้าและการลงทุนของไทยในอนาคต ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือไทย–เวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” โดยมองว่าทั้งสองประเทศเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจอาเซียน และมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ทั้งด้านการผลิต การค้า และการลงทุน ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อีกมาก
สำหรับ EECO การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังประสบการณ์และมุมมองจากนักลงทุนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนานโยบายส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนจากต่างประเทศ
ปัจจุบัน EEC มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งท่าเรือน้ำลึก สนามบินนานาชาติ ระบบราง และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับภูมิภาค ประกอบกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและเวียดนามให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการที่นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนามจำนวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย ความร่วมมือระหว่างกลุ่มอมตะและ FPT Corporation เพื่อพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) และความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท CP กับ FPT Corporation ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจ
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการลงทุนยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของทั้งไทยและเวียดนามในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภูมิภาค
การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันบทบาทของ EEC ให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการลงทุนในภูมิภาคให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
