รีเซต

เด็กประถมออม 7 หมื่น จี้ปมหนี้ครัวเรือนพุ่ง 7 แสน-เงินฝากไทยมีติดบัญชีแค่ 3 พัน

เด็กประถมออม 7 หมื่น จี้ปมหนี้ครัวเรือนพุ่ง 7 แสน-เงินฝากไทยมีติดบัญชีแค่ 3 พัน
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 12:41 )

กระแสในโลกออนไลน์ที่เกิดจากโพสต์ของครูเพจ “Kru Nok” ซึ่งเปิดเผยยอดเงินออมของ “น้องธนเดช” นักเรียนชั้นประถมจำนวน 72,720 บาท ได้ขยายวงไปสู่การพูดถึงในระดับสังคมอย่างรวดเร็ว  เนื้อหาดังกล่าวดึงความสนใจเพราะตัวเลขเงินออมที่มาจากค่าขนมวันละ 400 บาทต่อเนื่อง จนเกิดการตั้งข้อสังเกตทั้งในด้านวินัยทางการเงินของเด็ก และความแตกต่างเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการใช้เงินของผู้ใหญ่จำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อค่าขนมระดับนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนประถมทั่วไปหลายเท่าตัว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัจจัยด้านฐานะครอบครัวควบคู่ไปกับการจัดการเงินอย่างมีแบบแผน



เมื่อพิจารณาเชิงโครงสร้างทางการเงิน ตัวเลขเงินออมระดับ 72,720 บาทของเด็กนักเรียนหนึ่งคนมีนัยสำคัญทันทีเมื่อเทียบกับภาพรวมระบบเงินฝากของประเทศ ซึ่งมีบัญชีรวมกว่า 99.25 ล้านบัญชี มูลค่ารวม 16.32 ล้านล้านบาท แต่ค่ากลางเงินฝากอยู่เพียง 3,164 บาทต่อบัญชี ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่มีเงินเก็บในระดับต่ำ ขณะที่เงินจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มรายได้สูง ทำให้เงินออมของน้องธนเดชสูงกว่าค่ากลางของคนไทยหลายสิบเท่า และถูกยกเป็นกรณีตัวอย่างในการพูดถึงพฤติกรรมทางการเงินในสังคม

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของเงินฝากที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม โดยผู้ฝากที่มีเงินต่ำกว่า 50,000 บาท มีอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุด 4.84% และพุ่งขึ้นถึง 6.83% ในเดือนกันยายน 2567 สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 2.50% การเพิ่มขึ้นนี้มีปัจจัยจากมาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ สะท้อนว่าการออมของกลุ่มรายได้น้อยยังพึ่งพาแรงกระตุ้นภายนอกมากกว่าการเติบโตจากรายได้จริง

ในอีกด้าน กลุ่มผู้ฝากที่มีเงินมากกว่า 100 ล้านบาทเติบโต 2.70% จากการนำเงินเข้าสู่บัญชีเงินฝากประจำในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น และการพักเงินเพื่อรอความชัดเจนของเศรษฐกิจ ส่งผลให้เงินในระบบยังขยายตัวในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ขณะที่ภาพรวมความสามารถในการออมของคนไทยมีทิศทางอ่อนลง ค่าเฉลี่ยเงินฝากต่อบัญชีในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 198,000 บาท ลดลงจากปีก่อนหน้า และหากพิจารณาค่ากลางซึ่งสะท้อนคนส่วนใหญ่ จะพบว่าลดลงจาก 3,533 บาท เหลือ 3,164 บาท หรือลดลงกว่า 10% ภายใต้แรงกดดันจากค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น

ในระดับพฤติกรรม แม้คนไทยจำนวนมากมีการออม แต่การออมอย่างมีระบบยังจำกัด โดยมีเพียงราวหนึ่งในสี่ของครัวเรือนที่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับใช้จ่าย 6 เดือน ขณะที่เป้าหมายการออม 25% ของรายได้ต่อเดือนยังเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกลุ่มฐานรากที่มีเงินออมต่อเดือนในระดับไม่เกิน 5,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ระบบเงินฝากของไทยยังมีเสถียรภาพในด้านการคุ้มครอง โดยผู้ฝากเงิน 97.46 ล้านราย หรือ 98.20% ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนภายใต้วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย สะท้อนว่าผู้ฝากส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรอบความปลอดภัยของระบบการเงิน

เมื่อย้อนกลับมาที่กรณีของน้องธนเดช ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ อยู่ที่รูปแบบการจัดการเงินมากกว่าตัวเลข การออมอย่างต่อเนื่องจากการแบ่งค่าขนมอย่างชัดเจนเป็นตัวอย่างของวินัยทางการเงินที่เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งมีงานศึกษารองรับว่าส่งผลต่อพฤติกรรมในระยะยาว ขณะเดียวกัน บทบาทของโรงเรียนและครอบครัวยังคงเป็นกลไกสำคัญ โดยเฉพาะโครงการธนาคารโรงเรียนกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ แม้การเรียนรู้ด้านการเงินยังไม่ได้เป็นวิชาภาคบังคับก็ตาม 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง