SKYปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ซีเคียวฮอต-เจาะคอนโด

SKYปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ซีเคียวฮอต-เจาะคอนโด
ทันหุ้น
22 กรกฎาคม 2564 ( 08:59 )
6
SKYปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ซีเคียวฮอต-เจาะคอนโด

 

ทันหุ้น – SKY ปรับกลยุทธ์เก็บค่าบริการรายเดือน สร้างฐานรายได้ประจำ เจาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัย คอนโด โรงงาน คาดเริ่มเปิดบริการในไตรมาส 3/64 เป็นต้นไป หวังดันสัดส่วนภาคเอกชนแตะ 30% ฟากบอสใหญ่ “สิทธิเดช มัยลาภ” ชี้ปัจจุบันระบบซีเคียวริตี้มีความต้องการสูง แย้มทิศทางผลงานครึ่งปีหลังสดใส โชว์แบ็กล็อกแน่น 1.8 หมื่นล้านบาท จับตาเปิดประเทศหนุนฐานแกร่ง

 

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า บริษัทปรับกลยุทธ์จากการจำหน่ายและออกแบบ ติดตั้งระบบซีเคียวริตี้ที่อยู่อาศัยจากเก็บเงินเต็มจำนวน เป็นเก็บค่าใช้บริการรายเดือน สัญญา 3-5 ปี เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ยังแพร่ระบาดในประเทศ ทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน หรือใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นบริษัทจึงปรับกลยุทธ์รูปแบบใหม่ โดยเก็บค่าใช้บริการรายเดือน เพื่อสร้างฐานรายได้ประจำให้กับบริษัทไปในตัว

 

เจรจาลูกค้าที่อยู่อาศัย

 

ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ หรือที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียม โรงงานอุตสาหกรรม จำนวนหลายราย คาดจะเริ่มบริการได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทต้องการผลักดันสัดส่วนรายได้ภาคเอกชนให้แตะที่ระดับ 30% ในปี 2565 จากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่มาก

 

ทั้งนี้บริษัทประเมินความต้องการใช้ระบบซีเคียวริตี้ปัจจุบันมีความต้องการสูง แต่ยังขาดกำลังซื้อ เพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่ฟื้นตัว ดังนั้นบริษัทจึงปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ และเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

ขณะที่ทิศทางครึ่งปีหลัง 2564 บริษัทคาดทิศทางรายได้จะเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog สูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท และจะรับรู้ในครึ่งปีหลังจำนวนมาก ส่วนภาพรวมธุรกิจและผลประกอบการของ SKY คาดจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2565 เนื่องจาก Backlog ส่วนใหญ่คืองานบริการในสนามบินราว 1.5 หมื่นล้านบาท งาน USO ราว 2.5 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็น CCTV ในเขตกรุงเทพมหานคร

 

รอเปิดประเทศ

 

ปัจจุบันในประเทศไม่สามารถเดินทาง หรือใช้บริการสนามบินได้เต็ม 100% หากเปิดประเทศได้จริง คาดจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของ SKY และจะทำให้ผลประกอบการกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง อนึ่ง ช่วงกลางปี 2563บริษัทลงนามสัญญาโครงการให้บริการระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ (ทสภ.) กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563- 30กันยายน 2573

 

โดยให้บริการในระบบ ประกอบไปด้วย ระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ ระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยผลักดันจำนวนผู้โดยสารใช้บริการในและนอกประเทศมากขึ้น

 

นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า บริษัทยังให้ความสำคัญและเดินหน้าธุรกิจสู่ Tech Company มากขึ้น โดยขยายฐานระบบซีเคียวริตี้สู่ลูกค้าเอกชน ส่วนทิศทางรายได้รวมปี 2564 คาดจะสูงกว่าปีก่อนที่ 3.55 พันล้านบาท ซึ่ง 3 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 987.42 ล้านบาท ขณะเดียวกันหากบริษัทหันมาโฟกัสการเป็น Tech Company และซีเคียวริตี้จะช่วยสนับสนุนมาร์จิ้นสูงขึ้น จากเดิมที่บริษัทอยู่ใน Solution ของ Hardware ซึ่งมีมาร์จิ้นระดับต่ำ

 

เปิดโอกาสทางธุรกิจ

 

นอกจากนี้บริษัทเปิดโอกาสทางธุรกิจ โดยการควบรวมกิจการ หรือ M&A เพื่อขยายฐานธุรกิจให้เกิดความแข็งแกร่งมากขึ้น สำหรับธุรกิจที่สนใจ หรือเปิดโอกาสจะอยู่ในกลุ่ม Tech Company และระบบซีเคียวริตี้ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่บริษัทเชี่ยวชาญ และมีฐานลูกค้าจำนวนมาก

 

นายสิทธิเดช กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ TKC ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ SKY ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 34% มีความประสงค์ที่จะออกและเสนอขายหุ้น IPO และนำหุ้นสามัญของ TKC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Spin-Off) เพื่อนำเงินทุนไปใช้ในการขยายธุรกิจ และ/หรือใช้เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และ/หรือให้คืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง