'หัวเหวย' งัดสารพัดเทคโนฯ ช่วย 'ลาว' สร้างทางด่วนอัจฉริยะสายแรก

'หัวเหวย' งัดสารพัดเทคโนฯ ช่วย 'ลาว' สร้างทางด่วนอัจฉริยะสายแรก
Xinhua Thai
22 ธันวาคม 2563 ( 14:35 )
75
'หัวเหวย' งัดสารพัดเทคโนฯ ช่วย 'ลาว' สร้างทางด่วนอัจฉริยะสายแรก

เวียงจันทน์, 22 ธ.ค. (ซินหัว) -- ทางด่วนเวียงจันทน์-วังเวียง ซึ่งเป็นทางด่วนสายแรกของลาวที่พัฒนาร่วมกันโดยบริษัท อวิ๋นหนาน คอนสตรักชัน แอนด์ อินเวสต์เมนท์ โฮลดิง กรุ๊ป จำกัด (YCIH) และรัฐบาลลาว และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ (20 ธ.ค.) นับเป็นทางด่วนอัจฉริยะสายแรกของลาวที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีของหัวเหวย (Huawei) ยักษ์ใหญ่วงการเทคโนโลยีจีน

 

เมื่อวันจันทร์ (21 ธ.ค.) หัวเหวยแถลงว่ามีการร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายในจีนเพื่อสร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่ปลอดภัย มั่นคง และชาญฉลาดสำหรับทางด่วนอัจฉริยะสายนี้ โดยปรับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลก คลาวด์ คอมพิวติง (cloud computing) อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) และระบบการจัดการความปลอดภัยหัวเหวยได้ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและรับส่งข้อมูลตลอดเส้นทางเพื่อสร้างการรับรู้ การโต้ตอบ การส่งผ่านแบบดิจิทัล และแอปพลิเคชันที่ผสมผสานการใช้ระบบวิเคราะห์คลังข้อมูลขนาดใหญ่และวิธีการทางเทคนิคอื่นๆ เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ การตรวจสอบอัจฉริยะแบบทันท่วงที การรับมือเหตุฉุกเฉิน และการวิเคราะห์การตัดสินใจทั้งนี้ เครือข่าย 5จี (5G) ที่จะสร้างขึ้นในลาวในปี 2021 จะถูกรวมเข้ากับทางด่วนอัจฉริยะสายนี้เช่นกัน โดยอนาคตของเทคโนโลยี 5G+ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยยกระดับความอัจฉริยะของทางด่วนและอำนวยความสะดวกต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศหัวเหวยเชื่อว่าการเปิดทางด่วนสายนี้จะช่วยปรับปรุงสภาพการคมนาคมขนส่งในท้องถิ่น ปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่ง ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตลอดจนเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพโพธิ์คำ พนักงานของทีมาร์ก รีสอร์ต วังเวียง (Tmark Resort Vangvieng) เผยว่า "ยอดจองโรงแรมของเราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังชื่นชมประสบการณ์การเดินทางบนทางด่วนเวียงจันทน์-วังเวียง ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงและวิศวกรรมการก่อสร้าง แนวคิดสมัยใหม่ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อรับรองความปลอดภัยในการขับขี่ ผมเชื่อว่ามันจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ของผมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย"นันทวัฒน์ ชาวเวียงจันทน์ เปิดเผยหลังขับรถพาครอบครัวไปสัมผัสและเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดทางด่วนสายนี้ว่า "ถนนสายใหม่นั้นกว้างขวาง รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าเก่า ผมเคยใช้เวลาเป็นวันในการขับรถไปและกลับจากเวียงจันทน์-วังเวียง แต่ตอนนี้ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETC) ก็ช่วยให้การจราจรรวดเร็วและเป็นระเบียบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็ทำให้การจราจรชาญฉลาดและสะดวกสบายยิ่งขึ้น"ทั้งนี้ ทางด่วนเวียงจันทน์-วังเวียง เป็นทางด่วน 2 ทิศทาง 4 ช่องทางจราจร มีความยาวประมาณ 110 กิโลเมตร พร้อมความเร็วออกแบบ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง