รีเซต

ลุ้นราคา “ยางพารา” แตะ 100 บาท โอกาสใหม่เกษตรกรไทย ท่ามกลางดีมานด์โลกพุ่ง

ลุ้นราคา “ยางพารา” แตะ 100 บาท โอกาสใหม่เกษตรกรไทย ท่ามกลางดีมานด์โลกพุ่ง
TNN ช่อง16
16 มิถุนายน 2569 ( 18:56 )

ยางพารา หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย กำลังกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังราคายางหลายประเภทปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนเข้าใกล้ระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกิดความหวังว่าเกษตรกรไทยอาจกลับมาเห็นยุคราคายางรุ่งเรืองอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ราคายางจะขึ้นไปได้ไกลแค่ไหน แต่คือประเทศไทยจะใช้โอกาสครั้งนี้ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมยางมูลค่าสูง และรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร

ราคายางพาราไทยขาขึ้น ลุ้นแตะ 100 บาท

ข้อมูลจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ระบุว่า ราคายางพาราหลายประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2569 โดยยางลูกขุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 86 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบเฉลี่ย 84 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางสดเฉลี่ย 83.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่บางพื้นที่มีราคาสูงกว่า 90 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว

การปรับขึ้นของราคายางในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากภาวะยางขาดแคลนในตลาดโลก

โลกใช้ยางมากกว่าที่ผลิตได้

กยท. ระบุว่า ปี 2569 ความต้องการใช้ยางธรรมชาติทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 15.6 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตทั่วโลกอยู่ที่ราว 15.2 ล้านตัน ส่งผลให้ตลาดขาดแคลนยางประมาณ 300,000-500,000 ตัน

ด้านองค์กรศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ (IRSG) ประเมินว่า ตลาดยางโลกยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว เนื่องจากหลายประเทศผู้ผลิตรายใหญ่เผชิญปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นไม่ทันกับความต้องการ



น้ำมันแพง ดันยางธรรมชาติได้อานิสงส์

อีกปัจจัยสำคัญคือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตยางสังเคราะห์จึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เมื่อยางสังเคราะห์มีราคาสูงขึ้น ผู้ผลิตยางล้อและอุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงหันกลับมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น กลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคายางพาราไทยในช่วงนี้

รถยนต์ไฟฟ้า หนุนดีมานด์ยางโลก

อีกหนึ่งแรงส่งสำคัญมาจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

รถยนต์ EV ต้องใช้ยางล้อที่มีคุณสมบัติพิเศษ รองรับน้ำหนักแบตเตอรี่และแรงบิดที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ส่งผลให้ความต้องการยางธรรมชาติยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นี่ทำให้ยางพาราไม่ได้เชื่อมโยงเฉพาะภาคเกษตรอีกต่อไป แต่ยังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของโลกด้วย

จีน ตัวแปรสำคัญของราคายางไทย

หากถามว่าประเทศใดมีอิทธิพลต่อราคายางไทยมากที่สุด คำตอบยังคงเป็น "จีน"

จีนเป็นตลาดส่งออกยางพาราที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยยางส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ และภาคการผลิตเพื่อการส่งออก

ข้อมูลจาก Reuters และสมาคมยางพาราไทย ระบุว่า ความต้องการยางจากผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ของจีนยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดยางโลกในปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่จีนยังคงเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของโลก


ราคายางดี เศรษฐกิจฐานรากฟื้น

ผลดีของราคายางที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสวนยาง แต่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางสำคัญของประเทศ

เมื่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เงินจะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และภาคบริการในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ

โจทย์สำคัญ ไม่ใช่แค่ยาง 100 บาท

แม้หลายฝ่ายจะลุ้นให้ราคายางพาราแตะระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัมอีกครั้ง แต่คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ราคาจะไปถึงหรือไม่

เพราะในระยะยาว ประเทศไทยยังคงมีรายได้หลักจากการส่งออกยางดิบเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่มูลค่าเพิ่มจำนวนมากยังอยู่ในอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ยางขั้นสูง

ดังนั้น ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบ ไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้ายางมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้และความสามารถแข่งขันในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว ประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่ผลิตยางได้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนยางธรรมชาติให้กลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้มากที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง