รีเซต

ASW โอนสนั่นปีนี้ 2.8 หมื่นล. อสังหาแข่งขันลดเข้าสมดุล

ASW โอนสนั่นปีนี้ 2.8 หมื่นล. อสังหาแข่งขันลดเข้าสมดุล
ทันหุ้น
7 มกราคม 2569 ( 02:45 )
24

นายกรมเชษฐ์  วิพันธ์พงษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW แสดงทรรศนะต่อภาพรวมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569  ว่า สถานการณ์โดยรวมยังทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ยังอยู่ในภาวะที่กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความต้องการที่แท้จริง ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็ชะลอการเปิดโครงการใหม่ (Supply) และมุ่งบริหารจัดการสต๊อก ส่งผลให้สมดุลตลาดเริ่มปรับดีขึ้นและการแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มผ่อนคลายลง ขณะที่ความเสี่ยงหลายด้านทั้งใน - นอกประเทศที่เคยเผชิญในปี 2568 เริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะภาษีสหรัฐอเมริกา ด้านสถานการณ์ในเวเนซุเอลา อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในระยะกลาง - ยาว และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ผ่านทั้งต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิต ต้นทุนการขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี ทำให้เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลง มักส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างขยับลงตาม

ขณะเดียวกันภาพรวมในประเทศก็กำลังจะมีรัฐบาลใหม่ สามารถดำเนินนโยบายด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง,  แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีกเล็กน้อย, ภัยธรรมชาติที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถวางกลยุทธ์ รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

@ทุกโครงการเข้าถึงง่าย

สำหรับกลยุทธ์ของ ASW ยังคงเน้นพัฒนาโครงการที่ราคาจับต้องได้ (Affordable)  ในระดับ 2 ล้านบาทบวก-ลบ ซึ่งสอดคล้องกับกำลังซื้อที่ยังคงทรงตัว มุ่งเน้นไปที่กลุ่มแบรนด์ Kave (เคฟ) และ Modiz (โมดิซ) ซึ่งมีทั้งโครงการที่พร้อมอยู่และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา คาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2569 อีกว่า  12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 28,000 ล้านบาท กระจายหลายทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ครอบคลุมทำเลศักยภาพในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภูเก็ต  รวมถึงยังมี Backlog รอโอนกรรมสิทธิ์รวมมูลค่า 15,259 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าบริษัทสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องทั้งปี 2569

พร้อมกันนี้ บรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยว – นักลงทุนต่างชาติที่เร่งตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงจุดเด่นของประเทศไทยในฐานะ "Second Home of the World" ที่ต่างชาติยกให้ประเทศไทยเป็น Safe Zone และถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริทรัพย์ในการขยายฐานลูกค้า

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มปี 2569 มูลค่าเปิดโครงการทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา (YoY) เนื่องจากบริษัทจะเน้นไปที่การระบายสต๊อกโดยเฉพาะคอนโด ที่ครบกำหนดโอนถึง  11 โครงการ รวมมูลค่า 26,760 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น ขณะเดียวกัน ASW มีจุดเด่นที่อัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในอัตราสูงถึง 10.45% โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% YoY จึงแนะนำ  “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.20 บาท

ชูหุ้นปันผล เป้า 9 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ASW แจ้งตลท.ว่า TITLE ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามในสัญญาจะซื้อที่ดินกับ THANA จำนวน 3 แปลง รวมพื้นที่ 105 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลกมลา จังหวัดภูเก็ด ใกล้หาดกมลา มูลค่ารวมของรายการเท่ากับ 898 ล้านบาท สามารถรองรับการพัฒนาโครงการในช่วง 5-7 ปีข้างหน้า ซึ่งอสังหายเชิงพาณิชย์หาดกมลาถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ขณะที่การแข่งขันยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีคู่แข่งน้อยราย อุปสงค์จากผู้ซื้อชาวต่างชาติแข็งแกร่ง ดันทุนการได้มาของที่ดินเฉลี่ยราว 8.5 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ดินใกล้เคียง ทำให้ ASW จะยังพัฒนาโครงการในระดับมาร์จิ้นที่ดี

เบื้องต้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% YoY ปัจจุบันหุ้นซื้อขาย P/E 2569 ที่ระดับเพียง 3.8 เท่า และคาดให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (จ่ายปีละครั้ง) ราว 6.8% ในปี 2568 และ 10% ในปี 2569 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 9 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง