ASW โอนสนั่นปีนี้ 2.8 หมื่นล. อสังหาแข่งขันลดเข้าสมดุล

#ASW #ทันหุ้น - ASW มองอสังหาปี 2569 ทรงตัว ชี้ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่และเร่งบริหารสต๊อก ส่งผลให้สมดุลตลาดเริ่มดีขึ้นและการแข่งขันด้านราคาผ่อนคลายลง เดินหน้าพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพราคาจับต้องได้ ปีนี้จ่อโอน 12 โครงการ มูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ชี้แรงซื้อจากลูกค้าต่างชาติยังแข็งแกร่ง โบรกเกอร์ชี้จุดแข็งหุ้นปันผลสูง
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW แสดงทรรศนะต่อภาพรวมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่า สถานการณ์โดยรวมยังทรงตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ยังอยู่ในภาวะที่กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความต้องการที่แท้จริง ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็ชะลอการเปิดโครงการใหม่ (Supply) และมุ่งบริหารจัดการสต๊อก ส่งผลให้สมดุลตลาดเริ่มปรับดีขึ้นและการแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มผ่อนคลายลง ขณะที่ความเสี่ยงหลายด้านทั้งใน - นอกประเทศที่เคยเผชิญในปี 2568 เริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะภาษีสหรัฐอเมริกา ด้านสถานการณ์ในเวเนซุเอลา อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในระยะกลาง - ยาว และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ผ่านทั้งต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิต ต้นทุนการขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี ทำให้เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลง มักส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างขยับลงตาม
ขณะเดียวกันภาพรวมในประเทศก็กำลังจะมีรัฐบาลใหม่ สามารถดำเนินนโยบายด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง, แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีกเล็กน้อย, ภัยธรรมชาติที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถวางกลยุทธ์ รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
@ทุกโครงการเข้าถึงง่าย
สำหรับกลยุทธ์ของ ASW ยังคงเน้นพัฒนาโครงการที่ราคาจับต้องได้ (Affordable) ในระดับ 2 ล้านบาทบวก-ลบ ซึ่งสอดคล้องกับกำลังซื้อที่ยังคงทรงตัว มุ่งเน้นไปที่กลุ่มแบรนด์ Kave (เคฟ) และ Modiz (โมดิซ) ซึ่งมีทั้งโครงการที่พร้อมอยู่และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา คาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2569 อีกว่า 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 28,000 ล้านบาท กระจายหลายทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ครอบคลุมทำเลศักยภาพในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภูเก็ต รวมถึงยังมี Backlog รอโอนกรรมสิทธิ์รวมมูลค่า 15,259 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าบริษัทสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องทั้งปี 2569
พร้อมกันนี้ บรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยว – นักลงทุนต่างชาติที่เร่งตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงจุดเด่นของประเทศไทยในฐานะ "Second Home of the World" ที่ต่างชาติยกให้ประเทศไทยเป็น Safe Zone และถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริทรัพย์ในการขยายฐานลูกค้า
“บริษัทจะบันทึกเป็น Backlog เมื่อลูกค้าวางเงินดาวน์โครงการตามกำหนด จึงค่อนข้างมั่นใจว่ายอดขายเหล่านี้จะทยอยบันทึกเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในอนาคต โดยเฉพาะโครงการที่ขายให้กับกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เนื่องจากบริษัทกำหนดเงินดาวน์ในสัดส่วนถึง 25% ของมูลค่าทรัพย์สิน”
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มปี 2569 มูลค่าเปิดโครงการทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา (YoY) เนื่องจากบริษัทจะเน้นไปที่การระบายสต๊อกโดยเฉพาะคอนโด ที่ครบกำหนดโอนถึง 11 โครงการ รวมมูลค่า 26,760 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น ขณะเดียวกัน ASW มีจุดเด่นที่อัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2569 ในอัตราสูงถึง 10.45% โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% YoY จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.20 บาท
ชูหุ้นปันผล เป้า 9 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ASW แจ้งตลท.ว่า TITLE ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามในสัญญาจะซื้อที่ดินกับ THANA จำนวน 3 แปลง รวมพื้นที่ 105 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลกมลา จังหวัดภูเก็ด ใกล้หาดกมลา มูลค่ารวมของรายการเท่ากับ 898 ล้านบาท สามารถรองรับการพัฒนาโครงการในช่วง 5-7 ปีข้างหน้า ซึ่งอสังหายเชิงพาณิชย์หาดกมลาถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ขณะที่การแข่งขันยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีคู่แข่งน้อยราย อุปสงค์จากผู้ซื้อชาวต่างชาติแข็งแกร่ง ดันทุนการได้มาของที่ดินเฉลี่ยราว 8.5 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ดินใกล้เคียง ทำให้ ASW จะยังพัฒนาโครงการในระดับมาร์จิ้นที่ดี
เบื้องต้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% YoY ปัจจุบันหุ้นซื้อขาย P/E 2569 ที่ระดับเพียง 3.8 เท่า และคาดให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (จ่ายปีละครั้ง) ราว 6.8% ในปี 2568 และ 10% ในปี 2569 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 9 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
