รีเซต

ทำความรู้จัก SSF & RMF คู่หูกองทุน ช่วยลดหย่อนภาษี

ทำความรู้จัก SSF & RMF คู่หูกองทุน ช่วยลดหย่อนภาษี
NewsReporter
24 พฤศจิกายน 2565 ( 13:42 )
37
ทำความรู้จัก SSF & RMF คู่หูกองทุน ช่วยลดหย่อนภาษี

ทำความรู้จัก SSF & RMF คู่หูกองทุน ช่วยลดหย่อนภาษี : ช่วงสิ้นปีมักจะเป็นเวลาทองของการบริหารจัดการด้านภาษีในช่วงโค้งสุดท้าย ทำให้กองทุนที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ มีอยู่ 2 กองทุนที่นอกจากจะช่วยออมเงินให้แล้วยังนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เราลองมาทำความรู้จัก 2 กองทุนรวมคู่แฝดอย่าง “SSF” และ “RMF” กันหน่อยดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยสร้างนิสัยการออมการลงทุนระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีเป็นของแถมด้วย 

 

ทำความรู้จัก SSF & RMF

 

Getty / MicroStockHub

 

กองทุนรวมเพื่อการออม SSF

SSF ย่อมาจากคำว่า “Super Savings Fund” เป็นกองทุนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อต้นปี 2563 ที่จะมาแทนกองทุน LTF ที่หมดอายุไปเมื่อปี 2562 ซึ่งเน้นการออมระยะยาวและเป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี

กองทุน SSF มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
  • ซื้อหน่วยลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 200,000 บาทและเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท 
  • ถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อและไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
  • นำค่าซื้อมาหักลดหย่อนภาษีได้ในปี 2563 - 2567 

 

Getty / kazuma seki

 

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF

สำหรับกองทุน RMF หลายคนน่าจะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว โดย RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ลักษณะจะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ โดยเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ก็มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากขึ้น

 

ปัจจุบันกองทุน RMF มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • ลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
  • ซื้อหน่วยลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ แต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี (หรืออย่างน้อยซื้อปีเว้นปี)
  • ใช้สิทธิตามเกณฑ์ใหม่ได้ในปีที่ลงทุน เริ่มปี 2563 เป็นต้นไป

 

ข้อมูล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม.

คลิกเลย >>> TrueID Community <<<

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง