รีเซต

ทำไมทองคำ ถึงมีโอกาสไปต่อในปี 2026?

ทำไมทองคำ ถึงมีโอกาสไปต่อในปี 2026?
ทันหุ้น
30 พฤศจิกายน 2568 ( 11:30 )

#ทันหุ้น - ถ้าจะบอกว่าทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในปี 2026 คงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน แต่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ กลับเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในปีนี้ที่ทองคำได้สร้างสถิติการปรับขึ้นที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ

โดยปี 2025 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับทองคำตั้งแต่ปี 1979 โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

  • ราคาทองโลก ทำ All-time high ที่ $4,381 ดอลลาร์ ด้วยผลตอบแทน 67% ซึ่งสูงสุดในรอบ 46 ปี
  • ราคาทองโลกปรับขึ้นทำ All-time high ถึง 50 ครั้ง
  • ราคาทองไทย ทำ All-time high ที่ 67,400 บาท ด้วยผลตอบแทน 59%
  • ราคาทองไทยปรับเปลี่ยนถึง 49 ครั้ง ในวันที่ 20 ตุลาคม
  • Fund Flow ไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำสูงสุด นับตั้งแต่วิกฤตโควิดในปี 2020

คำถามสำคัญคือ ทองคำ จะไปต่อได้ถึงไหน?
บรรดานักวิเคราะห์ชั้นนำของโลกต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกถึง 20% ในปีหน้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก 3 ปัจจัยบวก ตั้งแต่การเข้าซื้อของธนาคารกลาง การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด และนโยบายมหภาค รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์

เริ่มกันที่ Bank of America (BofA)

  • นักวิเคราะห์จาก Bank of America คาดการณ์มุมมองเชิงบวก (Bullish) ว่า ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งไปแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปีหน้า หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 19% จากระดับปัจจุบัน
  • โดยปัจจัยที่ผลักดันราคาทองคำขึ้นมาอย่างร้อนแรงก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ และ นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามแบบแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
  • นักวิเคราะห์จาก Bank of America ยังบอกด้วยว่า แม้ทองคำจะมีการปรับฐานราคาไปบ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว ทองคำยังถือเป็นสินทรัพย์ที่ นักลงทุนถือครองต่ำเกินไป

มากันต่อที่ Goldman Sachs

  • คุณดาน สตรูยเวน (Daan Struyven) หัวหน้าร่วมฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของ Goldman Sachs ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขามองว่าทองคำจะไปถึง 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า หรือเพิ่มขึ้นราว 17% จากระดับปัจจุบัน
  • มุมมองนี้มาจาก 2 ปัจจัยหลักที่ยังคงแข็งแกร่ง
    1.การเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก หลังจากที่รัสเซียถูกระงับเงินสำรองระหว่างประเทศในปี
    2022 ทำให้ผู้จัดการกองทุนสำรองของธนาคารกลางต่าง ๆ รู้สึกไม่ปลอดภัย และต้องหันมา กระจายความเสี่ยง
    ด้วยการถือ ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์เดียวที่เป็นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงเมื่อเก็บไว้ในประเทศตัวเอง
    2.การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง คาดว่าในปีหน้า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงประมาณ 0.75%
    ซึ่งปัจจัยนี้จะกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่าง ทองคำ นอกจากนี้ การลด
    ดอกเบี้ยยังมักจะนำไปสู่ความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อ ป้องกันความเสี่ยง
    จากมูลค่าของสกุลเงินที่เสื่อมลง

มาดูฝั่ง Deutsche Bank

  • Deutsche Bank คาดการณ์ว่าทองคำอาจพุ่งขึ้นไปถึง 4,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปีหน้า หรือคิดเป็น Upside ถึง 18% โดยประเมินว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • คุณไมเคิล ซู (Michael Hsueh) นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ชี้ว่า แม้ทองคำจะมีการปรับฐาน แต่สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ว่า การปรับฐานด้านสถานะการลงทุนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และความต้องการจากธนาคารกลางและนักลงทุนกองทุน ETF ก็ดูแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม แม้คุณไมเคิล ซู จะมองโลกในแง่ดี แต่ก็ได้ระบุถึงความเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาทองคำไม่สามารถไปถึงระดับสูงสุดตามที่คาดการณ์ไว้ จากปัจจัย

  • Fed ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด โดยความเสี่ยงจะเกิดขึ้นหากเฟดลดอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีหน้า
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ความเสี่ยงจะลดลงหากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย
  • การชะลอการซื้อของธนาคารกลาง ส่งให้ผู้จัดการทุนอาจชะลอการซื้อของพวกเขาด้วย
  • การปรับฐานครั้งใหญ่ตามมา การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาทองคำที่แท้จริง มักจะตามมาด้วยการปรับฐานครั้งสำคัญ

แต่ไม่ใช่ทุกสถาบันที่จะมีมุมมองเชิงบวกในระดับเดียวกันทั้งหมด

  • โดย HSBC ถึงแม้จะมีมุมมองเชิงบวก แต่ก็ระมัดระวัง โดยคาดกรอบราคาทองคำในปีหน้าอยู่ที่ 3,600 - 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาเป้าหมายสูงสุดนั้นคิดเป็น Upside เพียงประมาณ 5%
  • คุณเจมส์ สตีล (James Steel) หัวหน้านักวิเคราะห์โลหะมีค่าของธุรกิจหลักทรัพย์ HSBC ระบุว่า สาเหตุที่ยังหนุนทองคำคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กระแสชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางการเงิน และ ความเป็นอิสระของเฟด
  • อย่างไรก็ตาม HSBC คาดว่า แรงหนุนอาจเริ่มแผ่วลงในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า เนื่องจากอุปทานทองคำที่เพิ่มขึ้น และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอาจจะลดการเข้าซื้อลงเมื่อราคาทองคำสูงเกินกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยบวก แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่เสมอจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รักษาวินัยในการลงทุน กระจายความเสี่ยง และอย่าไล่ตามราคา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง