RBFโชว์แผนงานผู้จัดการกองทุน ปักธงรายได้ปี69เติบโตสองหลัก

#RBF #ทันหุ้น - RBF ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร เปิดบ้านต้อนรับผู้จัดการกองทุน พร้อมเปิดแผนวิสัยทัศน์ธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โตรายได้โตสองหลัก ย้ำอินเดียวตลาดหลักเสริมศักยภาพการแข่งขันให้บริษัท
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร (Food Ingredients) ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้อนรับคณะผู้จัดการกองทุนชั้นนำ เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและรับฟังวิสัยทัศน์การดำเนินงาน เสริมความเชื่อมั่นธุรกิจ
ทั้งนี้ คณะผู้จัดการกองทุนในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกิจการ RBF ยังได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอข้อมูลภาพรวมผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมาและแผนธุรกิจในปี 2569 รวมถึงนำชมกระบวนการผลิตภายในโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของกลุ่มสินค้าแป้ง ซอส และน้ำหวาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านส่วนผสมอาหาร Food Ingredients ในระดับสากล
นายสุรนาถ กล่าวอีกว่า ในปี 2569 บริษัทจะยังคงมุ่งขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อและมีศักยภาพในการเติบโตสูงอย่าง อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ตลาดในประเทศ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้เติบโตสองหลัก (Double Digit) เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งและศักยภาพการแข่งขันของ RBF ที่พร้อมจะเติบโตเคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมอาหารโลก
ทั้งนี้อินเดียถือเป็นตลาดหลักที่ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตและการแข่งขันในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ หลังบริษัทได้ลงทุนสร้างโรงงานใหม่และเดินเครื่องการผลิตเต็มรูปแบบเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผลิตภัณฑ์ในตลาดอินเดียจะเป็นกลุ่มวัตถุดิบอาหาร อาทิ แป้งผสม และเกล็ดขนมปัง
บริษัทคาดว่ารายได้จากตลาดอินเดียจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40-50% เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ประกอบกับการมีฐานการผลิตในประเทศ ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนแรงงาน วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าการผลิตในประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทมีความได้เปรียบด้านต้นทุน และสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ การตั้งโรงงานในอินเดียช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและลดระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในภูมิภาคใกล้เคียง ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการสินค้าในตลาดดังกล่าว
“หลังจากตั้งโรงงานที่อินเดียแล้วช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตลง เพราะบริษัทสามารถใช้แป้งสาลีในอินเดียซึ่งมีราคาถูกกว่าไทยประมาณ 30% และไม่ต้องรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงเหมือนในอดีต”
ด้านเวียดนามและอินโดนีเซีย ทั้ง 2 ประเทศมีต้นทุนการผลิตที่เสถียรและดีกว่าไทยอยู่แล้ว ทำให้การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเหล่านี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น
ด้านเรื่องของเงินบาทแข็งค่าขึ้นมีปัจจัยอยู่ 2 อย่างคือ ในเชิงบวกได้รับอานิสงส์จากการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อมาผลิต ซึ่งบริษัทมีได้ทำการล็อกค่าเงินตามปกติ เพื่อป้องกันความผันผวนของต้นทุน ในเชิงลบบริษัทจะได้รับผลกระทบเมื่อต้องแปลงงบการเงินจากบริษัทย่อยในต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาทเพื่อทำงบรวม ทำให้ถึงแม้ผลประกอบการในต่างประเทศจะเติบโตดี แต่เมื่อแปลงค่าเงินกลับมาตัวเลขจะถูกกดดันทำให้ดูเหมือนกำไรลดลง อย่างไรก็ตามการเติบโตของรายได้ต่างประเทศสูงกว่าการแข็งค่าของเงินบาทพอสมควร
“บริษัทประเมินว่าการเติบโตในตลาดต่างประเทศปีนี้ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ ในปี 2569 ไว้ที่ 10-15%” นายสุรนาถ กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
