รีเซต

NER เก็บเงินสด2พันล.ราคายางพ้นจุดต่ำสุด

NER เก็บเงินสด2พันล.ราคายางพ้นจุดต่ำสุด
ทันหุ้น
8 พฤษภาคม 2569 ( 09:04 )
12

#NER #ทันหุ้น – NER ตั้งการ์ดรับเกมยางขาขึ้น! ชะลอสร้างโรงงานแห่งที่ 3 เก็บกระสุนเงินสด 1,500 - 2,000 ล้านบาท ลุยซื้อวัตถุดิบ หลังเสี่ยง Super El Niño กระทบซัพพลายทั่วโลก ฟากบอสใหญ่ “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” มองราคายางผ่านจุดต่ำสุดรอบ 5 ปี ปักธงยอดขายปี 2569 แตะ 500,000 ตัน

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า บริษัทได้ตัดสินใจเลื่อนการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ออกไป ซึ่งเป็นกลยุทธ์ตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าในปีนี้โลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติทางธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณวัตถุดิบ จึงตัดสินใจเก็บเงินสดประมาณ 1,500 - 2,000 ล้านบาท ไว้เพื่อใช้ในการซื้อวัตถุดิบ แทนการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในขณะที่สถานการณ์ซัพพลายยังมีความเสี่ยง

ลดค่าเสื่อม

อีกทั้งการเลื่อนโครงการออกไปจะช่วยลดภาระค่าเสื่อมราคาได้ปีละประมาณ 100 ล้านบาท เพราะหากลงทุนสร้างโรงงานใหม่จะเกิดค่าเสื่อม โดยที่โรงงานไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้เต็มประสิทธิภาพจากการขาดแคลนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่ามีความพร้อมเต็มที่ในด้านการตลาดและเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง หากสถานการณ์ซัพพลายคลี่คลายในช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า (ปี 2570) บริษัทพร้อมดำเนินการก่อสร้างทันทีในไตรมาส 1/2570

สำหรับปี 2569 บริษัทต้องระมัดระวังเรื่องซัพพลายวัตถุดิบ จากการคาดการณ์เรื่องสภาพภูมิอากาศ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2541 ซึ่งเป็นปีที่เกิด Super El Niño ครั้งแรก และปี 2558 ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2   สำหรับปี 2569 นี้ มีความกังวลอย่างมากว่าจะเกิด "Super El Niño" อีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไปจนถึงมกราคมปีหน้า โดยข้อมูลจาก NOAA ระบุว่ามีโอกาสสูงถึง 83% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปีนี้ โดยแบ่งเป็นโอกาสที่จะเป็น Super El Niño ถึง 13% และเอลนีโญระดับรุนแรง (Strong) อีก 20%  ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนแล้งจะส่งผลกระทบต่อต้นยางพาราที่เป็นพืชต้องการน้ำมาก ทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากสถิติปี 2562 ที่เกิดเพียงเอลนีโญระดับอ่อน ผลผลิตยางในไทยลดลงถึง 340,000 ตัน หรือประมาณ 6% ดังนั้น หากเกิด Super El Niño ความรุนแรงย่อมมากกว่า ซึ่งบริษัทได้เตรียมการตั้งรับไว้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้จากปริมาณซัพพลายที่ลดลงทั่วโลกในขณะที่ความต้องการยังมีอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทมองว่าราคายางในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ผ่านจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีไปแล้ว ซึ่งจากนี้จะเป็นช่วงขาขึ้นของราคายาง

ขณะที่ความต้องการใช้มีปริมาณสูงขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญในการใช้ยางธรรมชาติเพื่อผลิตล้อรถยนต์ โดยจากข้อมูลระบุว่าปริมาณรถยนต์สะสมบนท้องถนนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 231.3 ล้านคัน ภายในปี 2573  ขณะที่ยอดขายรถยนต์ใหม่และการผลิตล้อรถยนต์ติดรถมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจีนที่มีส่วนแบ่งตลาดรถ EV (BEV) สูงถึง 59%

บริหารจัดการ

บริษัทได้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าในไตรมาส 2/2569 จะมีการบันทึกกำไรจากการตีราคาสัญญาอนุพันธ์ (FX Derivative) กลับมาเป็นบวกประมาณ 73 ล้านบาท หลังจากที่ในไตรมาส 1 บันทึกเป็นผลขาดทุน 80.95 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) ในปี 2569 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้จะมีการไถ่ถอนหุ้นกู้และออกชุดใหม่ เนื่องจากการบริหารจัดการดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับเป้าหมายระยะยาว NER ยังคงปักธงยอดขายในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 500,000 ตัน พร้อมรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง