รีเซต

MGCตัวจริงรถหรูฐานแกร่ง รุกขยายรถอีวีพรีเมียมจีน

MGCตัวจริงรถหรูฐานแกร่ง รุกขยายรถอีวีพรีเมียมจีน
ทันหุ้น
8 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )
9

#MGC #ทันหุ้น - MGC ปูรากฐานโครงสร้างธุรกิจแกร่ง วางตัวชัดนั่งตัวแทนขายรถระดับโลกลุ่มลักซ์ชัวรี-พรีเมียม พร้อมขยายพอร์ตรถอีวีพรีเมียมจีน เดินหน้างานบริการธุรกิจประกันภัย-การเงิน ด้านงบไตรมาส 1/2569 จ่อประกาศ 12 พฤษภาคม  มั่นใจทำได้ยอดเยี่ยมจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าเร่งตัว

ดร.สัณหวุฒิ  ธรรมชวนวิริยะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC เปิดเผยว่า จากกรณีความกังวลผู้บริโภคบางส่วนต่อการประกาศปิดตัวอย่างกระทันหัน ของผู้จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนรายหนึ่ง เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นดีมานด์ยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะฐานลูกค้าในกลุ่มบริษัท

* ปูรากฐานยาว

ทั้งนี้ MGC สร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมกับปูรากฐานโครงสร้างธุรกิจอย่างแข็งแกร่งและเกื้อหนุนกันในระบบนิเวศ (Ecosystem) โดยพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งสะท้อนชัดจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มรถยนต์ระดับหรูหรา (Luxury), กลุ่มพรีเมียม (Premium) และ รถยนต์ญี่ปุ่นแบรดน์ชั้นนำ รากฐานเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนการเข้ามาของเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า

และการที่บริษัทเข้ามาบุกรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโออย่างมียุทธศาสตร์ก่อให้เกิดการต่อยอดธุรกิจในเครือสอดรับกับเมกะเทรนด์ (Megatrend) ของโลก โดยทางกลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการคัดเลือกเฉพาะแบรนด์ระดับพรีเมียมเข้ามาทำตลาด  เช่น แบรนด์ XPENG เพื่อรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ของธุรกิจในเครือ

นอกจากนี้ การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายรถยนต์ แต่ยังครอบคลุมไปถึงงานบริการ การเป็นผู้ดำเนินงาน ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจทางการเงิน สนับสนุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินธุรกิจภายในเครืออย่างยั่งยืน

* จับตาผลงาน Q1

ด้านผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มั่นใจว่าจะทำได้น่าพอใจระดับดีมาก กำหนดการรายงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า 

ก่อนหน้านี้ ดร.สัณหวุฒิ กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้ทั้งในด้านยอดขาย การบริหารจัดการ และการส่งมอบรถยนต์ที่มี Back Order อยู่เป็นจำนวนมาก และปัจจัยราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กระแสนิยมรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 

อีกทั้งตามแผนโครงการ JUMP+ ระย 3 ปี ตั้งเป้าหมายทางการเงินปี 2569 รายได้รวมเท่ากับ  25,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 900-1,000 ล้านบาท, ปี 2570 รายได้รวมเท่ากับ 30,000 ล้านบาท  กำไรสุทธิ 1,150-1,250 ล้านบาท และปี 2571 รายได้รวมเท่ากับ 32,500-40,000 ล้านบาท  กำไรสุทธิ 1,250-1,350 ล้านบาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง