รีเซต

นาซาเปิดแผน Artemis 3 เชื่อมยาน SpaceX-Blue Origin สุดท้าทาย

นาซาเปิดแผน Artemis 3 เชื่อมยาน SpaceX-Blue Origin สุดท้าทาย
TNN ช่อง16
21 กรกฎาคม 2569 ( 16:25 )
10

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจอาร์เทมิส 3 (Artemis III) ซึ่งมีกำหนดการบินในปีหน้า โดยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเที่ยวบินอวกาศที่ซับซ้อนและทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่นาซาเคยดำเนินการมา 

ภารกิจนี้จะประกอบไปด้วยนักบินอวกาศ 4 คน ยานอวกาศ 3 ลำ และการใช้เวลาปฏิบัติงานในวงโคจรนานถึง 2 สัปดาห์ เป้าหมายหลักของอาร์เทมิส 3 คือ การทดสอบระบบยานอวกาศโอไรออน (Orion) โดยจะเป็นครั้งแรกที่ยานแบบมีลูกเรือของนาซาจะทำการนัดพบและเชื่อมต่อ (Docking) กับยานลงจอดบนดวงจันทร์เชิงพาณิชย์ถึง 2 ลำแยกกันในวงโคจรระดับต่ำของโลก (LEO) ได้แก่ ยานสตาร์ชิป (Starship) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และยานบลูมูน (Blue Moon) ของบริษัทบลูออริจิน (Blue Origin) 

ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อน

การปล่อยยานลำแรกเป็นยานบลูมูน (รุ่น Mk2) จะถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรเป็นลำแรกด้วยจรวดนิวเกล็น (New Glenn) จากฐานปล่อย SLC-36 โดยสามารถโคจรอยู่ในอวกาศได้นานถึง 30 วัน เพื่อให้นาซาและบลูออริจินตรวจสอบความพร้อมของระบบยานก่อนที่จะส่งนักบินอวกาศตามขึ้นไป

การปล่อยยานลำที่สองเป็นจรวด Space Launch System (SLS) จะทำการปล่อยยานโอไรออนพร้อมลูกเรือทั้ง 4 คน ขึ้นสู่วงโคจร จากนั้นจะเข้าทำการเชื่อมต่อกับยานบลูมูนเป็นเวลาประมาณ 2 วัน ในขั้นตอนนี้ นักบินอวกาศ 2 คนจะเข้าไปในยานบลูมูนเพื่อทดสอบระบบควบคุมสภาพแวดล้อม ระบบการบิน และทดลองสวมชุดอวกาศสำหรับการทำกิจกรรมนอกยาน (EVA) เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานภายในห้องโดยสารของยานลงจอด

การปล่อยยานลำที่สาม โดยหลังจากที่ยานโอไรออนแยกตัวออกจากยานบลูมูนแล้ว จรวดสตาร์ชิปของสเปซเอ็กซ์จึงจะถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ จากนั้นยานโอไรออนจะเข้าเชื่อมต่อกับสตาร์ชิปเป็นเวลาประมาณ 1 วัน เพื่อทดสอบระบบการสื่อสารและระบบการขับเคลื่อนระหว่างยานทั้งสองลำ เนื่องจากเป็นยานทดสอบ ยานสตาร์ชิปรุ่นนี้จึงยังไม่มีห้องโดยสารให้นักบินอวกาศเข้าไปด้านใน

ความซับซ้อนของภารกิจอาร์เทมิส 3 ไม่ได้อยู่แค่กระบวนการบนอวกาศ แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการบนพื้นโลก เนื่องจากยานทั้ง 3 ลำจะถูกปล่อยจากจรวดและฐานปล่อยที่แตกต่างกัน ทั้งจากศูนย์อวกาศเคนเนดี (KSC) และสถานีกองทัพอวกาศแหลมคานาเวอรัล (CCSFS) ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานข้ามหน่วยงานอย่างแม่นยำ รวมถึงการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์

ภารกิจนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญเพื่อให้นาซาและบริษัทเอกชนทั้งสองแห่งได้เก็บข้อมูลเที่ยวบินจริงไปใช้พัฒนายานลงจอดเวอร์ชันสมบูรณ์ หากประสบความสำเร็จ ภารกิจอาร์เทมิส 3 จะเป็นการปูทางไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าในภารกิจ "อาร์เทมิส 4" (Artemis IV) ที่มีกำหนดการในปี 2028 ซึ่งสเปซเอ็กซ์ได้รับเลือกให้เป็นยานที่พานักบินอวกาศกลับไปลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในวงโคจร ยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศทั้ง 4 คน จะเดินทางกลับสู่โลกและลงจอดอย่างปลอดภัยด้วยร่มชูชีพในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง