รีเซต

น้ำมันโลกพุ่ง! หลังโอเปกพลัสคงกำลังผลิต-ไบเดนส่งทหาร 3,000 นาย ประจำการยุโรป

น้ำมันโลกพุ่ง! หลังโอเปกพลัสคงกำลังผลิต-ไบเดนส่งทหาร 3,000 นาย ประจำการยุโรป
มติชน
3 กุมภาพันธ์ 2565 ( 14:40 )
138

รายงานข่าวจาก บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) แจ้งว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มโอเปกและพันธมิตร (OPEC+) ยังคงยึดมั่นตามข้อตกลงเดิมที่มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน มี.ค. 65 เพียง 400,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ได้รับแรงกดดันจากข้อเรียกร้องทางสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่านี้ เพื่อชะลอการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบที่ทำสถิติแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 7 ปี

 

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ม.ค. 2565 ปรับตัวลดลง 1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 415.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง

 

ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันที่ตึงตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งกับรัสเซียเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ยูเครน ล่าสุดประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้อนุมัติการส่งกำลังทหารสหรัฐจำนวน 3,000 นายเข้าไปประจำการที่โปแลนด์และโรมาเนีย เพื่อปกป้องยุโรปตะวันออก หลังรัสเซียระดมกำลังทหารมากกว่า 100,000 นายเข้าใกล้บริเวณชายแดนที่ติดกับยูเครน


ด้านราคาน้ำมันในประเทศต้องจับตาสถานการณ์อีกครั้ง ภายหลังเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ได้เห็นชอบใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคากลุ่มดีเซลเพิ่มอีกลิตรละ 70 สตางค์มีผลตั้งแต่ 3 ก.พ. ส่งผลให้การชดเชยกลุ่มดีเซลเพิ่มจาก 3.09 บาทต่อลิตรเป็น 3.79 บาทต่อลิตร

 

การเพิ่มเงินชดเชยดังกล่าว เนื่องจากรัฐมีนโยบายตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ทำให้ค่าการตลาดผู้ค้าเมื่อ 2 ก.พ.ติดลบ 0.119 บาทต่อลิตรโดยส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันโดยเฉพาะบมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก กับ บมจ.บางจากปิโตรเลียมที่ยังคงตรึงราคาดีเซลไว้ตามนโยบายต้องแบกรับภาระมากขึ้น มาตรการครั้งนี้จึงเป็นการผ่อนคลายภาระผู้ค้าที่จะยังคงดำเนินนโยบายตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตรได้ต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ได้เห็นชอบลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล(B100)ในดีเซลให้เหลือไม่ต่ำกว่า 5%และสูงสุดไม่เกิน 7% มีผลตั้งแต่ 5 ก.พ.-31มี.ค. แต่ช่วยลดต้นทุนได้เพียง 50-60 สตางค์ต่อลิตร

 

ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 30 ม.ค. 2565 กองทุนฯ ติดลบ 14,080 ล้านบาทโดยเป็นการไหลออกจากการตรึงราคาLPGไว้ไม่เกิน 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม 1,900 ล้านบาทต่อเดือน และเงินไหลออกจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อเดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง