รีเซต

เปิดความเห็น 3 กรรมการ ป.ป.ช. คดีภาษีชินคอร์ป 1.79 หมื่นล้าน

เปิดความเห็น 3 กรรมการ ป.ป.ช. คดีภาษีชินคอร์ป 1.79 หมื่นล้าน
TNN ช่อง16
13 พฤษภาคม 2569 ( 18:23 )
13

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำ อท.75/2569 ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมผู้เกี่ยวข้อง กรณีการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 17,900 ล้านบาท

คดีดังกล่าวมีที่มาจากมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ซึ่งลงมติ 4 ต่อ 3 ชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องบางราย โดยเห็นว่า การไม่ดำเนินการอุทธรณ์อาจทำให้รัฐเสียหาย และเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีกรรมการ ป.ป.ช. 3 ราย ที่มีความเห็นแตกต่างจากเสียงข้างมาก โดยเสนอให้ไม่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาบางส่วน เนื่องจากเห็นว่ายังมีข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา

ความเห็นของกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย

นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง เห็นว่า หนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0604.2/ว44 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 แม้กำหนดแนวทางให้ยื่นอุทธรณ์ในคดีทุนทรัพย์สูงไว้ก่อน แต่ยังเปิดโอกาสให้กระทรวงการคลังใช้ดุลพินิจพิจารณาภายหลังได้ว่า สมควรอุทธรณ์ต่อหรือไม่

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ในทางปฏิบัติ สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ และหากยังอยู่ในกรอบเวลาที่ศาลอนุญาต ก็ยังไม่ถือว่าเกิดความเสียหายแก่รัฐโดยทันที

สำหรับข้อเท็จจริงในคดี นายเพียรศักดิ์ระบุว่า มีการเสนอให้กรมสรรพากรตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะความเป็นเจ้าของหุ้น และประเมินโอกาสในการชนะคดี ก่อนพิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่

ด้าน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ เห็นว่า บันทึกข้อความที่ น.ส.สุภา ลงนาม เป็นเพียงการสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ยังไม่ใช่คำสั่งชี้ขาดว่าจะอุทธรณ์หรือไม่อุทธรณ์

ส่วน นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ มีความเห็นสอดคล้องว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับการอุทธรณ์ควรอยู่ในอำนาจของกระทรวงการคลัง และข้อเท็จจริงบางส่วนยังต้องพิจารณาเพิ่มเติม

ไทม์ไลน์คดีตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2569

คดีนี้เริ่มมีการร้องเรียนตั้งแต่ปี 2552 ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. และมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบสำนวนหลายช่วงตามวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ

ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันได้มีการพิจารณาสำนวนอีกครั้ง และมีมติชี้มูลความผิดก่อนครบกำหนดอายุความในเดือนพฤษภาคม 2569 จากนั้นจึงส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

คดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

ภายหลังศาลประทับรับฟ้อง คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของศาลต่อไป โดยผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ขณะเดียวกัน ประเด็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการอุทธรณ์คดีภาษีของหน่วยงานรัฐ และขอบเขตอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในทางกฎหมายและการบริหารราชการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง