รีเซต

ครูปรีชา อ้างคำพิพากษาไม่ได้บอกหวย 30 ล้าน เป็นของใคร ลั่นสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เงินรางวัล

ครูปรีชา อ้างคำพิพากษาไม่ได้บอกหวย 30 ล้าน เป็นของใคร ลั่นสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เงินรางวัล
มติชน
7 มิถุนายน 2565 ( 15:51 )
122
ครูปรีชา อ้างคำพิพากษาไม่ได้บอกหวย 30 ล้าน เป็นของใคร ลั่นสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เงินรางวัล

ครูปรีชา อ้างคำพิพากษาไม่ได้บอกหวยเป็นของใคร ยืนยันตัวเองเป็นเจ้าของ ลั่นต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เงิน 30 ล้าน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีหวย 30 ล้าน สลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 ซึ่ง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นผู้นำสลาก 1 ชุด รวม 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ถูก นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีในคดีอาญา ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ซึ่งการต่อสู้ในชั้นศาลใช้เวลานานหลายปี โดยวันนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ร.ต.ท.จรูญเดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับ นางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา ขณะที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ติดภารกิจที่ต่างประเทศ นายอาคม คงสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและเป็น 1 ในทีมงานของทนายษิทรา จึงเดินทางมาแทน

 

ด้าน นายปรีชาเดินทางมาพร้อม น.ส.นลินี ตั้งวงศ์ ทีมทนายความ (มาแทน นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว) โดยมี น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น นางปณัญชญา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช สามเจ๊แม่ค้าขายลอตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ พยานคนสำคัญของครูปรีชาเดินทางมาให้กำลังใจ

 

อย่างไรก็ดี ศาลใช้เวลาอ่านประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ภาค 7 โดยพิพากษาว่า “ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง”

 

สำหรับคดีนี้เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 จนมาถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ซึ่งยังมีคดีอื่นๆ ที่ทาง “หมวดจรูญ” ยื่นฟ้อง “ครูปรีชา” อีก 7 คดี โดยทนายจะนำคำพิพากษานี้ไปใช้ยื่นศาลในการพิจารณาคดีที่เหลือทั้งหมดต่อไป ไม่เพียงเฉพาะครูปรีชาเท่านั้น แต่จะดำเนินคดีกับพยานของครูปรีชาด้วย

 

ขณะที่ “ครูปรีชา” ยังคงเดินหน้าฟ้องแพ่ง “เรียกทรัพย์คืน” ต่อไป พร้อมยืนยันว่ามีหลักฐานสำคัญที่พบระหว่างนำสืบคดี ชัดเจนว่าหวย 30 ล้านเป็นของตนเอง และไม่หวั่นคดีที่ “หมวดจรูญ” ฟ้องกลับ ระบุ “ความจริงคือความจริง” ดังนั้น ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดคดีหวย 30 ล้าน

 

ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ดีใจที่ศาลให้ความยุติธรรมกับตน เพราะรอมานาน ทำให้หมดปัญหาไปเปลาะหนึ่ง ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับทนายความว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องขอไปปรึกษากันก่อน

 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะใช้ชีวิตอย่างไร ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ขอใช้ชีวิตตามปกติตามที่เป็นมา เพราะไม่อยากให้แตกต่างไปจากเดิม

 

“ตั้งแต่มีเรื่องมีราวมา ผมตั้งปณิธานว่าถ้าคดียังไม่สิ้นสุดผมจะยังไม่ซื้อ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ซื้ออีกเลย แต่หลังจากคดีสิ้นสุดแล้วจะขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะซื้อหรือไม่ เรื่องนี้ตั้งแต่เป็นคดีแรกๆ เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปว่า ต่อไปเวลาซื้อลอตเตอรี่จะต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้ว และก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะจะได้มีหลักฐานว่าเราซื้อมาจริง

 

“อยากจะบอกกับสังคมที่ติดตามคดีนี้มาอย่างยาวนานว่า หากทำอะไรแล้วเราไม่ผิด ก็ไม่ต้องไปกลัว สู้ให้ถึงที่สุด คดีนี้ผมได้สู้มาถึงที่สุดแล้ว หากสู้แล้วมารู้ว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้ไปขอความเป็นธรรมที่อื่น สุดท้ายคดีที่ผมสู้มาสรุปแล้วก็ได้รับความเป็นธรรม” ร.ต.ท.จรูญระบุ

 

นายอาคม ทนายความฝั่ง ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่าได้ ยื่นฟ้องครูปรีชาไปแล้ว 1 เรื่อง คือการที่ครูปรีชาฟ้องเท็จ ศาลบอกว่าให้ยื่นคำร้องขึ้นมาเพื่อจะยกขึ้นมาพิจารณาในลำดับต่อไป สำหรับการเบิกความเท็จ หรือพวกพยานเท็จทั้งหลาย เนื่องจากในคำพิพากษามีข้อความอยู่ท่อนหนึ่งที่ท่านได้วินิจฉัยว่า “แม้โจทก์จะมีพยานบุคคลมาเบิกความสอดคล้องต้องกัน แต่คำเบิกความของพยานโจทก์นั้นมีการปรุงแต่งข้อเท็จจริง” โดยมีคำสั่งที่บอกว่าเกลาให้กลม ทำให้เหมือนว่าพยานให้การสอดคล้องต้องกัน แต่ขัดกับความเป็นจริง

 

นายอาคมกล่าวว่า ศาลจึงบอกว่าพยานโจทก์นั้นไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น พยานที่มาเบิกความไว้ต้องมีความรับผิดชอบบ้าง เพราะสิ่งที่พวกคุณพูดในศาลเป็นการให้การเท็จ ทำให้คุณลุงจรูญได้รับความเสียหาย ซึ่งเราจะได้ดูในบทต่อไปของคดีนี้ รับรองว่าเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

“เรื่องที่เราจะดำเนินการนั้น จะต้องมีคนติดคุก ไม่ใช่แค่ครูปรีชาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงพวกครูปรีชาทุกคนที่มีชื่อในคำพิพากษาที่ศาลเขียนถึง เราจะดำเนินคดีกับทุกคนอย่างแน่นอน ส่วนใครจะรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหนจะต้องรอดูอีกครั้งหนึ่ง” นายอาคมกล่าว

 

ด้าน นายปรีชา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณศาลฎีกาที่มีคำพิพากษาคดีที่ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องลุงจรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์สินหาย หรือรับของโจร ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ตนจะไปดำเนินการเกี่ยวกับคดีแพ่งต่อ คดีแพ่งที่ตนฟ้องเอาไว้คือคดีเรียกทรัพย์คืนจากหมวดจรูญ

 

เมื่อถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่ว่าคดีอาญาสิ้นสุดแล้วครูอาจจะต้องติดคุก ครูปรีชาตอบว่า คดีนี้เราเป็นโจทก์ ไม่ใช่จำเลย จึงไม่มีความกังวลอะไร สำหรับคดีแพ่งตนได้ฟ้องมาตั้งแต่ปี 2560 จากคำพิพากษาของศาลฎีกาพบว่ายังไม่มีการระบุว่าลอตเตอรี่นั้นเป็นของใคร

 

นายปรีชากล่าวว่า กรณีที่หมวดจรูญฟ้องร้องมากถึง 7 คดีนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ทางคดี และเป็นเรื่องในอนาคต ขณะนี้ขอพูดเรื่องปัจจุบันก็พอ ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเราเชื่อในสิ่งที่เป็นความจริงและความถูกต้อง ขอยืนยันว่าอันที่จริงแล้วลอตเตอรี่นั้นเป็นของตน แต่การนำพยานหลักฐานต่างๆ มันมีข้อจำกัด และตนได้พยายามนำหลักฐานบางตัวที่พบภายหลังนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพยานเหล่านี้ตนจะต้องนำสู่กระบวนการพิจารณาในคดีแพ่งต่อไป โดยพยานบางชิ้นเรามาพบภายหลัง แต่ไม่ได้นำสืบ แต่จะนำเข้าสืบในคดีแพ่งต่อไป

 

“ที่ผ่านมาผมพูดเรื่องซองลอตเตอรี่มาตลอด ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญในคดีนี้ โดยซองสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง เพราะลอตเตอรี่อยู่ในซอง ไม่ได้อยู่นอกซอง และผมก็ไปรับลอตเตอรี่ที่ใส่ซองพลาสติกไว้ ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งว่าซองถูกงัดเอาไปจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน ดังนั้น การที่ลอตเตอรี่ไม่มีดีเอ็นเอของผม ก็เพราะผมจับแค่ซองเท่านั้น” นายปรีชากล่าว

 

ถามต่อว่า หากหมวดจรูญใช้เงินรางวัลไปหมดแล้ว ครูปรีชาจะทำอย่างไร ครูปรีชาตอบว่า การที่ผมต่อสู้ไม่ได้มองในเรื่องของเงิน แต่มองถึงความจริงและความถูกต้อง

 

“คำพิพากษาระบุแต่เพียงว่าผมไม่ได้มีอำนาจฟ้อง แต่ไม่ได้ระบุว่าทรัพย์ไม่ได้เป็นของผม ดังนั้น วันนี้ไม่ได้ถือว่าเราแพ้คดี ยังคงมีอีกหลายคดี อีกทั้งในคำพิพากษาก็ยังไม่ได้ระบุว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ ซึ่งคดีแพ่งจะพิสูจน์ต่อไปได้ว่าใครที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง” ครูปรีชายืนยัน

 

“ความจริงก็คือความจริง” ครูปรีชาย้ำ

เมื่อถามถึงการยื่นลาออกจากราชการ ครูปรีชากล่าวว่า ยังไม่ขอตอบอะไรตอนนี้ ขอความชัดเจนก่อนแล้วจะตอบ เมื่อถามว่า มีแพลนเรื่องนี้ไว้ใช่หรือไม่ ครูปรีชากล่าวว่า ที่แพลนไว้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของคดีความ

 

ขณะที่ เจ๊เกียว เป็นตัวแทนของ เจ๊บ้าบิ่น และ เจ๊พัช ตอบคำถามของสื่อมวลชนว่า ในความคิดส่วนตัวขอตั้งคำถามว่าพยานบุคคลไม่สำคัญเลยหรือ สำคัญเฉพาะนิติวิทยาศาสตร์หรือ ที่จริงเจ้าของลอตเตอรี่คือแม่ค้า อย่างไรก็ตาม เคารพในคำตัดสินของศาล ส่วนการที่อีกฝ่ายจะฟ้องกลับตน รวมทั้งพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เป็นสิทธิของอีกฝ่ายที่สามารถกระทำได้

 

“พยานทุกคนพูดตามความจริงที่เห็น หรือได้ยิน ขณะที่อีกฝ่ายจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้เลยว่าซื้อลอตเตอรี่กับใคร และไม่มีพยานด้วย ขอยืนยันว่าลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลเป็นของครูปรีชา โดยลอตเตอรี่เป็นของเจ๊พัชที่เจ๊บ้าบิ่นซื้อต่อมาขายให้ครูปรีชา ซึ่งพยานไม่ได้มีดิฉันเพียงคนเดียว แต่จุดเกิดเหตุเป็นตลาดนัด ดังนั้น จึงมีหลายคนที่รู้ ที่เห็น” เจ๊เกียวกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง