ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้น คดีครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีมูล

ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้น คดีครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีมูล
มติชน
2 ธันวาคม 2563 ( 16:08 )
42
ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้น คดีครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีมูล

จากกรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เนื่องจากทั้งคู่อ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย.62 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี พิพากษายกฟ้องหมวดจรูญ และเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้นเช่นกัน เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ครูปรีชา (โจทก์) ไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) จึงไม่มีอำนาจฟ้องหมวดจรูญ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีย่อยที่ฟ้องแยกออกไปยังมีอีกหลายคดี โดยคดีที่ครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีที่หมวดจรูญให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่บ้านพักส่วนตัวเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 ว่า “คนที่เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้” จากนั้นวันที่ 1 ส.ค.62 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ

 

ต่อมา ครูปรีชา ใคร่ครวญ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้กลับคำสั่งศาลชั้นต้นว่าคดีมีมูล และรับเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 1359/2562 และวันนี้ (2 ธ.ค.63) ศาลอุทธรณ์ได้นัดสืบพยานโจทก์นัดแรก แต่ก่อนจะมีการสืบพยาน ศาลได้ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกัน สุดท้ายคู่กรณีระหว่างครูปรีชากับหมวดจรูญสามารถไกล่เกลี่ยกันได้

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ร้านอาหาร “บ้านสวนครูปรีชา” ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า การขึ้นศาลในวันนี้คือประเด็นที่ตนยื่นฟ้องหมวดจรูญในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังจากหมวดจรูญให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 โดยกล่าวหาตนว่า “เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้” ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องหมวดจรูญ ซึ่งตนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคำร้องและรับว่าคดีมีมูล จึงประทับรับฟ้องหมวดจรูญเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ1359/2562 จากนั้นหมวดจรูญได้ประกันตัวออกไปด้วยการทำสัญญาต่อศาล

 

นายปรีชากล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์เป็นนัดแรก แต่ก่อนที่จะมีการสืบพยาน ศาลได้ไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่าย ซึ่งตนและหมวดจรูญสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ โดยหมวดจรูญยอมรับต่อศาลว่าได้พูดถ้อยคำดังกล่าวจริง และยินดีที่จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่บ้านพักของตนเองต่อสื่อมวลชนทุกสังกัด ตามเหตุการณ์เดิมที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 โดยหมวดจรูญจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อขอโทษตนภายในวันที่ 16 ธ.ค.63 ที่จะถึงนี้

 

 

ด้านนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของครูปรีชา เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ1359/2562 และคดีหมายเลขแดงที่ อ1959/2562 ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งเป็นถ้อยคำที่หมวดจรูญพูดผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 เม.ย.62 ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวเมื่อทุกคนได้ยินได้ฟังก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นครูปรีชา เพราะเป็นการพูดฝากกันมาจากการสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าว ซึ่งข้อความเช่นนี้จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจและรู้ว่าพูดไม่ได้เพราะเป็นการหมิ่นประมาท เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องในครั้งแรก ประชาชนจะได้ทราบว่าข้อความดังกล่าวไม่สามารถไปกล่าวถึงบุคคลอื่นได้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 

นายวรยุทธกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลท่านทำการไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายสำเร็จ โดยหมวดจรูญเองก็ได้กล่าวขออภัยต่อหน้าศาล โดยในวันที่ 16 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ หมวดจรูญจะต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนที่บ้านพัก บรรยากาศการแถลงข่าวจะต้องเสมือนจริงกับวันให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 ทุกอย่าง เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับครูปรีชา ซึ่งถ้อยคำการแถลงข่าวขอโทษ ทางศาลได้กำหนดและได้ตกลงกันแล้วว่าจะกล่าวคำขอโทษว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งในวันนั้นสื่อมวลชนจะได้ทราบว่าทางหมวดจรูญจะพูดว่าอย่างไร

 

สำหรับคดีหลักที่ครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญในข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายกฟ้องหมวดจรูญว่าครูปรีชาไม่ใช่ผู้เสียหาย ขณะที่ครูปรีชายังไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีการขอยื่นฎีกา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการที่จะยื่นฎีกา โดยครูปรีชาได้ยื่นขอขยายระยะเวลาในการยื่นฎีกาไปจนถึงวันที่ 18 ธ.ค.63

 

ส่วนการยื่นฎีกาที่ล่าช้านั้น เนื่องจากเอกสารมีกว่า 100 หน้า ดังนั้น การดูข้อเท็จจริง การจัดเอกสารจึงจำเป็นต้องใช้เวลา คาดว่าหลังปีใหม่จะสามารถยื่นฎีกาได้ สำหรับประเด็นหลักที่จะยื่นฎีกานั้นมีแค่ประเด็นเดียว คือประเด็นที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเพียงแค่ว่าครูปรีชาไม่ใช่ผู้เสียหาย ซึ่งจะทำการยื่นเพื่อโต้แย้งในประเด็นเดียวเท่านั้นว่าครูปรีชาคือผู้เสียหายตามฟ้อง และมีสิทธิที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูปรีชาได้กล่าวย้ำกับสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่งว่า ขอยืนยันว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นของตนเอง เพราะมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ซึ่งได้สั่งซื้อกันมาโดยตลอดด้วยการสั่งล่วงหน้า ฉะนั้น ลอตเตอรี่จึงเป็นของตนอย่างชัดเจน ความจริงคือความจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง