รีเซต

สรุปสถานการณ์พลังงานไทย 2569 น้ำมันโลกพุ่ง รัฐคุมเสถียรภาพ

สรุปสถานการณ์พลังงานไทย 2569 น้ำมันโลกพุ่ง รัฐคุมเสถียรภาพ
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 20:04 )
8

สถานการณ์พลังงานไทยล่าสุด 22 พฤษภาคม 2569 ยัง “ตึงตัว” แต่ระบบยังมั่นคง

สถานการณ์พลังงานของไทย ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความกังวลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันว่า ไทยยังสามารถบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณน้ำมันสำรอง ระบบไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ โดยยังไม่พบสัญญาณขาดแคลนเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้าในประเทศ

รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการพยุงค่าครองชีพควบคู่กับการทยอยปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างภาระประชาชน เสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว

ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น กดดันราคาขายในประเทศ

ในช่วงวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง โดยน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวบริเวณประมาณ 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่ใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยสำคัญมาจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยราคาน้ำมัน ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ มีแนวโน้มดังนี้

  • ดีเซลหมุนเร็ว อยู่ราว 42.20 บาทต่อลิตร
  • เบนซิน 95 อยู่ประมาณ 54–55 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ช่วงประมาณ 42–45 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ในระดับประมาณ 35 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยภาคขนส่งและธุรกิจ

แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวน แต่รัฐบาลยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยลดแรงกระแทกต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

กองทุนน้ำมันฯ ยังเป็นกลไกหลักพยุงราคา

กระทรวงพลังงานยังใช้นโยบายบริหารราคาพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการพยุงราคาดีเซลและ LPG เพื่อควบคุมต้นทุนขนส่งและค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม ภาระกองทุนที่สะสมต่อเนื่องจากช่วงวิกฤตราคาพลังงานก่อนหน้า ทำให้รัฐบาลเริ่มทยอยปรับโครงสร้างภาษีและอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนใหม่ เพื่อรักษาสภาพคล่องในระยะยาว

แนวทางสำคัญของภาครัฐในช่วงนี้ คือ “ทยอยปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น แต่ยังหลีกเลี่ยงผลกระทบฉับพลันต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและผู้ประกอบการขนส่ง

ไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ใช้ได้ราว 95 วัน

ด้านความมั่นคงพลังงาน กระทรวงพลังงานระบุว่า ไทยยังมีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ประมาณ 95 วันของการใช้ภายในประเทศ ซึ่งยังอยู่ในระดับปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

ขณะเดียวกัน ไทยยังปรับแผนกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซ รวมถึงเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซลและเอทานอล เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศมากเกินไป

สำหรับก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของการผลิตไฟฟ้า ไทยได้เพิ่มกำลังผลิตก๊าซจากอ่าวไทย รวมถึงเตรียมแผนสำรอง LNG และเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เพื่อรองรับความเสี่ยงหากเส้นทางขนส่งพลังงานโลกเกิดปัญหา

ระบบไฟฟ้ายังมั่นคง แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น

ภาครัฐยืนยันว่า ระบบไฟฟ้าของไทยยังมีเสถียรภาพ ทั้งในด้านกำลังผลิตสำรองและเชื้อเพลิง โดยมีการกระจายแหล่งพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติ พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และไฟฟ้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ LNG จะอยู่ในระดับสูง แต่รัฐบาลยังบริหารค่าไฟผ่านกลไกค่า Ft และการทยอยปรับต้นทุนเป็นรอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในทันที

ขณะเดียวกัน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังเดินหน้าปรับปรุงระบบสายส่งและบำรุงรักษาโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว

LPG ยังตรึงราคา ช่วยลดภาระครัวเรือน

รัฐบาลยังคงตรึงราคาก๊าซหุงต้ม LPG ต่อไปอย่างน้อยถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยดูแลภาระค่าครองชีพของครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐส่งสัญญาณว่า การอุดหนุนแบบกว้างอาจต้องทยอยปรับลดในอนาคต และเปลี่ยนไปใช้มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น การช่วยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือการโอนเงินตรง

เร่งลงทุนพลังงานหมุนเวียน ลดความเสี่ยงระยะยาว

ภายใต้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก รัฐบาลและหน่วยงานด้านพลังงานเดินหน้าขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งโซลาร์ พลังงานชีวมวล และเชื้อเพลิงชีวภาพ

นอกจากนี้ ยังเร่งมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า และดึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดต้นทุนการนำเข้าพลังงานในระยะยาว รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจยังต้องจับตา

แม้รัฐบาลยังสามารถบริหารเสถียรภาพด้านพลังงานได้ แต่ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงยังส่งผลต่อต้นทุนครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ สายการบิน และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น

ภาครัฐจึงยังเน้นมาตรการเฉพาะจุด ทั้งการช่วยเหลือดีเซล B20 การส่งเสริมเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ภาคเศรษฐกิจปรับตัวได้ในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกยังผันผวน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง