สเปก 5 แสนช็อกสถิติ! ชายไทยเกือบ 99% สอบตก มีผ่านเกณฑ์ไม่ถึง 1%

กรณีของ “คุณหนูแอลลี่” หรือ อลิชา ชื่อเดิม โชติมณี ครูติวเตอร์และนักธุรกิจสาว เจ้าของช่อง TikTok “alyshass” กลายเป็นประเด็นพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังระบุถึงคุณสมบัติของผู้ชายที่จะเข้ามาในชีวิตว่า ต้องมีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 500,000 บาท หากต่ำกว่านี้จะไม่พูดคุยด้วย
เธอให้เหตุผลว่า รายได้ระดับดังกล่าวยังน้อยกว่ารายได้ที่ตนเองหาได้ในแต่ละเดือนหลายเท่า และต้องการคนที่มีความสามารถอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ความเห็นนี้แบ่งออกเป็น 2 มุม ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นสิทธิในการเลือกคู่ของแต่ละบุคคล ขณะที่อีกฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงการใช้รายได้เป็นเกณฑ์วัดความสามารถ
กระแสต่อเนื่องไปถึงการตรวจสอบประวัติส่วนตัว ทั้งเรื่องชื่อ การศึกษา ที่อยู่อาศัย และการทำธุรกิจ จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงข้อมูลหลายด้าน พร้อมระบุว่าจะดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จและผู้ใช้ถ้อยคำคุกคามหรือล้อเลียนรูปลักษณ์
แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการถกเถียงเรื่องสเปกส่วนตัว คือรายได้เดือนละ 500,000 บาทอยู่ตรงจุดใดของโครงสร้างรายได้ประเทศไทย และมีคนไทยจำนวนเท่าใดที่มีรายได้ถึงระดับดังกล่าว
รายได้เดือนละ 5 แสน เท่ากับปีละ 6 ล้านบาท
รายได้เดือนละ 500,000 บาท เมื่อคำนวณตลอด 12 เดือน จะเท่ากับ 6,000,000 บาทต่อปี
ข้อมูลกรมสรรพากรปีภาษี 2566 ซึ่งถูกรวบรวมในบทความวิชาการของสำนักงบประมาณของรัฐสภา ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 รวม 11,878,267 คน
ในจำนวนนี้ มีผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 6,000,001-10,000,000 บาทต่อปี จำนวน 25,005 คน และมีผู้มีเงินได้มากกว่า 10,000,000 บาทต่อปีอีก 12,584 คน
เมื่อนำทั้ง 2 กลุ่มมารวมกัน จะมีผู้ยื่นแบบที่รายงานเงินได้มากกว่า 6,000,000 บาทต่อปีจำนวน 37,589 คน หรือคิดเป็นเพียง 0.32% ของผู้ยื่นแบบทั้งหมด
หากนำไปเทียบกับกำลังแรงงานไทยประมาณ 40.53 ล้านคน จะมีสัดส่วนราว 0.09% หรือประมาณ 9 คนต่อแรงงานทุก 10,000 คนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากแบบแสดงรายการภาษี จึงไม่ครอบคลุมผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบ รายได้ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ หรือทรัพย์สินรูปแบบอื่น เช่น เงินปันผล กำไรจากกิจการ และมูลค่าทรัพย์สินสะสมทั้งหมด
ผู้ยื่นภาษีเกือบ 98% มีรายได้ไม่เกินปีละ 2 ล้านบาท
ข้อมูลการยื่นแบบภาษีปี 2566 พบว่า ผู้ยื่นแบบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ 500,000 บาทต่อเดือนอย่างชัดเจน
ผู้มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่เกิน 12,500 บาทต่อเดือน มีประมาณ 2.31 ล้านคน คิดเป็น 19.46% ของผู้ยื่นแบบ
กลุ่มรายได้ 150,001-300,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 12,500-25,000 บาทต่อเดือน มีประมาณ 3.37 ล้านคน คิดเป็น 28.43%
เมื่อรวมผู้มีเงินได้ไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่เกินประมาณ 166,667 บาทต่อเดือน พบว่ามีจำนวนถึง 11.60 ล้านคน คิดเป็น 97.65% ของผู้ยื่นแบบทั้งหมด
ส่วนผู้มีเงินได้ระหว่าง 2,000,001-6,000,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 166,668-500,000 บาทต่อเดือน มี 241,371 คน คิดเป็น 2.03%
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า แม้แต่ผู้ที่มีรายได้ใกล้แตะเดือนละ 500,000 บาท ก็อยู่ในกลุ่มบนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของฐานผู้ยื่นภาษีแล้ว
เทียบรายได้แต่ละกลุ่มกับสเปก 5 แสนบาท
| เงินได้พึงประเมินต่อปี | เฉลี่ยต่อเดือน | จำนวนผู้ยื่นแบบ | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ไม่เกิน 150,000 บาท | ไม่เกิน 12,500 บาท | ประมาณ 2.31 ล้านคน | 19.46% |
| 150,001-300,000 บาท | 12,501-25,000 บาท | ประมาณ 3.37 ล้านคน | 28.43% |
| ไม่เกิน 2,000,000 บาท | ไม่เกิน 166,667 บาท | ประมาณ 11.60 ล้านคน | 97.65% |
| 2,000,001-6,000,000 บาท | 166,668-500,000 บาท | 241,371 คน | 2.03% |
| 6,000,001-10,000,000 บาท | 500,001-833,333 บาท | 25,005 คน | 0.21% |
| มากกว่า 10,000,000 บาท | มากกว่า 833,333 บาท | 12,584 คน | 0.11% |
ผู้ที่มีรายได้มากกว่าเดือนละ 500,000 บาทตามข้อมูลการยื่นภาษี จึงมีอยู่ประมาณ 3 คนต่อผู้ยื่นแบบทุก 1,000 คน
ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 28,151 บาทต่อเดือน
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ระบุว่า ครัวเรือนไทยทั่วประเทศมีรายได้รวมเฉลี่ยเดือนละ 28,151 บาท
รายได้จากการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19,616 บาทต่อเดือน ส่วนรายได้จากค่าจ้างและเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 12,264 บาทต่อเดือน
เมื่อเทียบรายได้รวมของครัวเรือนเฉลี่ย 28,151 บาท กับรายได้ 500,000 บาท จะต่างกันประมาณ 17.8 เท่า แต่ต้องแยกให้ชัดว่า ตัวเลข 28,151 บาทเป็นรายได้ของทั้งครัวเรือน ขณะที่เกณฑ์ในคลิปหมายถึงรายได้ของคนเพียงคนเดียว
หากเทียบกับรายได้จากค่าจ้างและเงินเดือนเฉลี่ยของครัวเรือนที่ 12,264 บาทต่อเดือน ตัวเลข 500,000 บาทจะสูงกว่าประมาณ 40.8 เท่า
ความแตกต่างนี้ทำให้เห็นว่า รายได้ครึ่งล้านบาทต่อเดือนไม่ใช่รายได้ทั่วไปของมนุษย์เงินเดือนหรือครัวเรือนส่วนใหญ่ แต่เป็นรายได้ของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง หรือผู้ที่มีรายได้จากหลายช่องทางรวมกัน
คนยื่นภาษี 11.88 ล้าน แต่เสียภาษีจริง 4.73 ล้านคน
ปีภาษี 2566 ประเทศไทยมีกำลังแรงงานประมาณ 40.53 ล้านคน แต่มีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 11.88 ล้านคน หรือประมาณ 29.31% ของกำลังแรงงาน
ในจำนวนผู้ยื่นแบบ มีผู้ที่ต้องชำระภาษีจริงประมาณ 4.73 ล้านคน คิดเป็น 39.79% ของผู้ยื่นแบบ และประมาณ 11.67% ของกำลังแรงงานทั้งหมด
สาเหตุหนึ่งมาจากระบบค่าลดหย่อนและการยกเว้นภาษี อีกส่วนมาจากรายได้ของแรงงานจำนวนมากยังไม่ถึงระดับที่ต้องเสียภาษี รวมถึงประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบจำนวนมาก
ข้อมูลปี 2566 ระบุว่า ไทยมีแรงงานนอกระบบเกือบ 21 ล้านคน มากกว่าแรงงานในระบบที่มีประมาณ 19 ล้านคน กลุ่มนี้ประกอบด้วยเกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย ผู้รับจ้างอิสระ และผู้ประกอบอาชีพที่ไม่มีสัญญาจ้างประจำ รายได้จึงอาจไม่ปรากฏในระบบอย่างครบถ้วน
คนรายได้สูงจำนวนน้อย แต่จ่ายภาษีสัดส่วนมาก
แม้ผู้มีรายได้สูงจะมีจำนวนไม่มาก แต่เป็นกลุ่มที่รับภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในสัดส่วนสูง
ผู้มีเงินได้สุทธิมากกว่า 5,000,000 บาทต่อปี มีจำนวน 25,534 คน หรือ 0.54% ของผู้เสียภาษีทั้งหมด แต่ชำระภาษีรวมกันประมาณ 70,000 ล้านบาท คิดเป็น 26.82% ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บได้
ส่วนผู้มีเงินได้สุทธิมากกว่า 1,000,000 บาทต่อปี มีจำนวน 398,922 คน หรือ 8.44% ของผู้เสียภาษี แต่ชำระภาษีรวมกันถึง 72.80% ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด
ตัวเลขนี้เป็นผลจากระบบภาษีอัตราก้าวหน้า ผู้มีเงินได้สุทธิสูงจะเสียภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามขั้นรายได้ โดยอัตราสูงสุดของไทยอยู่ที่ 35% สำหรับเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 5,000,000 บาทต่อปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
