ประกันสังคม ชี้แจงเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาท ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรบ้าง?

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดรายละเอียดการจัดสรรเงินสมทบใหม่ปี 2569 หลังปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ส่งเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ยันได้รับสิทธิประโยชน์ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งเงินชดเชยการขาดรายได้ ค่าคลอดบุตร และบำนาญชราภาพที่เป็นรากฐานสำคัญยามเกษียณ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ระบบประกันสังคมเป็นการร่วมกันดูแลจาก 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง (5%), นายจ้าง (5%) และรัฐบาล (2.75%) รวมเป็น 12.75% เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตให้กับผู้ประกันตนใน 7 กรณีสำคัญ โดยเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาทนั้น ถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ ดังนี้:
1. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (จัดสรร 262.50 บาท)
เป็นส่วนที่ดูแลความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ซึ่งสิทธิประโยชน์หลายด้านขยับเพิ่มขึ้นตามฐานเงินเดือนใหม่:
กรณีเจ็บป่วย: รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงินในโรงพยาบาลตามสิทธิ
กรณีคลอดบุตร: รับค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท บวกค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท สำหรับผู้ประกันตนหญิงรับเพิ่มเงินสงเคราะห์หยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (90 วัน) รวมสูงสุด 26,250 บาท
กรณีทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนขาดรายได้ตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาท/เดือน
กรณีเสียชีวิต: รับค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายสมทบ 36 เดือน ขึ้นไปได้รับเพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย
2. กรณีว่างงาน (จัดสรร 87.50 บาท)
ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดราย โดยได้รับสูงสุดประมาณ 10,500 บาท/เดือน
3. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (จัดสรร 525 บาท)
ถือเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเงินสมทบ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตในระยะยาว:
เงินสงเคราะห์บุตร: รับเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน (สูงสุด 3 คน) จนอายุครบ 6 ปี
เงินออมชราภาพ: เป็นเงินสะสมที่นายจ้างช่วยสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินออมสูงถึง 1,050 บาทต่อเดือน
แจงข้อสงสัย "ไม่ป่วย ไม่ตกงาน" คุ้มหรือไม่?
ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่เคยใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงไม่มีครอบครัว อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินสมทบที่นำส่งนั้น ขอชี้แจงข้อมูลให้ทราบว่า ถึงแม้ผู้ประกันตนไม่เจ็บป่วย ไม่ได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาล แต่กองทุนประกันสังคมได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในยามจำเป็นหรือ ในเวลาฉุกเฉินได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมี เงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป
ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงปี 2562 - 2565 กองทุนประกันสังคมให้การดูแลผู้ประกันตนกรณีเจ็บป่วย และกรณีว่างงานสุดวิสัยจากการปิดสถานประกอบการตามคำสั่งรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 268 ล้านบาท หรือเหตุอุกทกภัยในปี 2567-2568 ได้จ่าย ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสุดวิสัย เป็นเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ การปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาทในปี 2569 นี้ จะมีผลเฉพาะผู้ที่มีรายได้เกิน 15,000 บาทขึ้นไปเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จะยังคงชำระเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริงเช่นเดิม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
