แพทย์ไทยวัย 70+ มีกี่คน? ส่องตัวเลขแพทย์สูงวัยล่าสุด เซ่นปมปลดหมอพาร์ทไทม์ 72 ปี คดีสามีครูทรายดับ

รพ.ยุติบทบาทแพทย์ คดีสามี “ครูทราย” เสียชีวิต
โรงพยาบาลซานคามิลโลให้แพทย์พ้นจากหน้าที่ หลังตรวจพบการสื่อสารไม่เหมาะสม ขณะที่แพทยสภาและประกันสังคมเดินหน้าตรวจมาตรฐานการรักษากรณีสามีครูทรายเสียชีวิต
กรณีการเสียชีวิตของสามี “ครูทราย” น.ส.เบญญาภรณ์ ครูและอินฟลูเอนเซอร์ชาวจังหวัดราชบุรี ยังคงอยู่ในความสนใจ หลังครอบครัวตั้งข้อสงสัยถึงขั้นตอนการตรวจรักษา โดยเฉพาะการไม่ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG ตามที่ผู้ป่วยและญาติร้องขอ ก่อนผู้ป่วยกลับบ้านและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
โรงพยาบาลซานคามิลโล อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ออกแถลงการณ์ต่อเนื่อง 2 ฉบับ พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้แพทย์ผู้ตรวจรักษาพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หลังผลสอบภายในพบการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อผู้ป่วยและญาติ
อย่างไรก็ตาม การพ้นจากหน้าที่ของแพทย์ครั้งนี้ เป็นผลจากการตรวจสอบด้านพฤติกรรมและการสื่อสาร ส่วนคำถามสำคัญเรื่องมาตรฐานการวินิจฉัยและการตัดสินใจไม่ส่งตรวจ EKG ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของแพทยสภา สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จุดเริ่มต้นจากอาการผิดปกติ ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน
ครูทรายเปิดเผยว่า สามีวัยประมาณ 30-31 ปี มีอาการผิดปกติและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ครอบครัวขอให้แพทย์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พร้อมแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่แพทย์ไม่ได้ส่งตรวจตามคำร้องขอ
ครอบครัวระบุว่า แพทย์ประเมินอาการว่าอาจเกี่ยวข้องกับภาวะวิตกกังวลหรือแพนิค ก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน ต่อมาผู้ป่วยมีอาการทรุดลงและเสียชีวิต ขณะที่ผลชันสูตรระบุสาเหตุเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น
ครูทรายจึงตั้งคำถามว่า หากสามีได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่วันนั้น อาจมีโอกาสได้รับการรักษาเร็วกว่านี้หรือไม่
เรื่องดังกล่าวยังต้องรอผลตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาทั้งเวชระเบียน อาการของผู้ป่วยในขณะเข้ารับการรักษา ขั้นตอนการวินิจฉัย และความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิต
18 กรกฎาคม โรงพยาบาลพักงานแพทย์ ตั้งกรรมการสอบ
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 โรงพยาบาลซานคามิลโลออกแถลงการณ์ฉบับแรก ระบุว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมพิจารณากระบวนการรักษา
ระหว่างรอผลตรวจสอบ โรงพยาบาลมีคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้ตรวจรักษาเป็นการชั่วคราว
คุณพ่อปิยะศักดิ์ ว่องไว ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เปิดเผยว่า แพทย์รายดังกล่าวมีอายุประมาณ 72 ปี เป็นแพทย์พาร์ทไทม์ ทำหน้าที่ตรวจผู้ป่วยช่วงเช้า และร่วมงานกับโรงพยาบาลมาเกือบ 10 ปี
ภายหลังมีคำสั่งพักงาน โรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อแพทย์รายนี้ได้ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเดินทางไปร่วมพิธีศพ พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยตนเอง
19 กรกฎาคม ให้แพทย์พ้นจากหน้าที่ทันที
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 โรงพยาบาลออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 แจ้งผลตรวจสอบภายในว่า แพทย์ผู้ตรวจรักษามีการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติด้วยถ้อยคำไม่สุภาพจริง ซึ่งขัดต่อข้อบังคับของโรงพยาบาลและจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม
โรงพยาบาลจึงมีมติให้แพทย์รายดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทันที มีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามขั้นตอน
ส่วนการตรวจสอบว่าการวินิจฉัยและการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ยังต้องรอผลจากหน่วยงานภายนอก
ประกันสังคมตรวจเวชระเบียน พร้อมดูแลสิทธิครอบครัว
สำนักงานประกันสังคมเข้าตรวจสอบโรงพยาบาล เนื่องจากผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษาตามสิทธิประกันสังคม โดยจะตรวจสอบเวชระเบียน ขั้นตอนการให้บริการ และมาตรฐานของสถานพยาบาลคู่สัญญา
สำนักงานประกันสังคมยังเตรียมดูแลสิทธิประโยชน์ของครอบครัว ทั้งค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และสิทธิอื่นตามหลักเกณฑ์ของผู้ประกันตน
หากผลตรวจพบว่าสถานพยาบาลดำเนินการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจมีการพิจารณามาตรการตามสัญญาหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ด้านแพทยสภาอยู่ระหว่างตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของแพทย์ ขั้นตอนการวินิจฉัย การสั่งตรวจ และการปฏิบัติต่อผู้ป่วย โดยต้องอาศัยข้อมูลจากเวชระเบียนและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญประกอบการพิจารณา
แพทย์อายุ 72 ปียังตรวจรักษาได้หรือไม่
อายุของแพทย์ไม่ใช่ข้อห้ามในการประกอบวิชาชีพ หากยังมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน
การตรวจสอบในกรณีนี้จึงมุ่งไปที่มาตรฐานการรักษา ตั้งแต่การซักประวัติ การประเมินอาการ การส่งตรวจเพิ่มเติม การบันทึกเวชระเบียน ไปจนถึงการอธิบายข้อมูลให้ผู้ป่วยและญาติรับทราบ
สำหรับแพทย์พาร์ทไทม์ ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขทางการที่แยกจำนวนทั่วประเทศไว้อย่างชัดเจน รูปแบบการจ้างลักษณะนี้พบได้ในโรงพยาบาลเอกชน โดยแพทย์อาจเข้าตรวจเป็นบางช่วงเวลา ทำงานหลายแห่ง หรือเป็นแพทย์อาวุโสที่ยังคงปฏิบัติงาน
ประเทศไทยมีแพทย์กี่คน
ข้อมูลแพทยสภา ณ เดือนเมษายน 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีแพทย์ขึ้นทะเบียนสะสม 72,250 คน แบ่งเป็นชาย 39,207 คน และหญิง 33,043 คน
ในจำนวนนี้มีแพทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ 68,725 คน และมีข้อมูลติดต่อได้ 66,685 คน โดยอยู่ในกรุงเทพมหานคร 32,198 คน และอยู่ในต่างจังหวัดรวม 34,487 คน
เมื่อแยกตามช่วงอายุ พบว่า แพทย์อายุ 31-40 ปี มีจำนวนมากที่สุด 21,509 คน รองลงมาคืออายุ 20-30 ปี จำนวน 14,174 คน ส่วนแพทย์อายุ 61-70 ปี มี 5,422 คน และอายุ 70 ปีขึ้นไปมี 4,229 คน
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| แพทย์ขึ้นทะเบียนสะสม | 72,250 คน |
| แพทย์ที่มีชีวิตอยู่ | 68,725 คน |
| แพทย์ที่ติดต่อได้ | 66,685 คน |
| แพทย์ในกรุงเทพฯ | 32,198 คน |
| แพทย์ในต่างจังหวัด | 34,487 คน |
| แพทย์ถูกเพิกถอนใบอนุญาต | 22 คน |
| แพทย์ขาดการติดต่อ | 1,606 คน |
แม้จำนวนแพทย์ในภาพรวมจะเพิ่มขึ้น แต่การกระจายตัวของแพทย์ยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครมีแพทย์เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนแพทย์ที่ติดต่อได้ ขณะที่ต่างจังหวัดต้องดูแลประชากรในพื้นที่กว้างกว่า
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งนับจำนวนแพทย์ที่ทำงานในหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ เทศบาล และภาคเอกชน ระบุว่า จำนวนแพทย์เพิ่มจาก 36,472 คนในปี 2563 เป็น 42,369 คนในปี 2566
ตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติแตกต่างจากตัวเลขทะเบียนแพทย์ของแพทยสภา เนื่องจากใช้วิธีการนับและขอบเขตข้อมูลคนละรูปแบบ
ผู้ป่วยขอตรวจเพิ่มหรือขอเปลี่ยนแพทย์ได้หรือไม่
ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาการ แนวทางตรวจรักษา ประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกอื่นอย่างเพียงพอ ก่อนตัดสินใจรับหรือปฏิเสธการรักษา
ผู้ป่วยและญาติสามารถขอคำอธิบายจากแพทย์ ขอความเห็นจากแพทย์คนอื่น หรือขอความเห็นที่สอง หรือ Second Opinion ได้ รวมถึงขอเปลี่ยนแพทย์หรือย้ายสถานพยาบาล หากไม่มั่นใจในแนวทางการรักษา
อย่างไรก็ตาม การสั่งตรวจหรือทำหัตถการเป็นดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ป่วยไม่สามารถบังคับให้แพทย์ส่งตรวจทุกอย่างตามคำร้องขอได้ หากแพทย์เห็นว่าไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
หากผู้ป่วยยังมีข้อกังวล สามารถขอให้แพทย์ชี้แจงเหตุผล ขอให้บันทึกคำร้องไว้ในเวชระเบียน ขอพบแพทย์รายอื่น หรือขอย้ายไปรับการประเมินที่สถานพยาบาลแห่งใหม่
ช่องทางร้องเรียนกรณีสงสัยการรักษาผิดพลาด
ครอบครัวหรือผู้ป่วยสามารถร้องเรียนได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษาและลักษณะของปัญหา
กรณีต้องการตรวจสอบจริยธรรมและมาตรฐานของแพทย์ สามารถยื่นเรื่องต่อแพทยสภา หากพบการกระทำผิด อาจมีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต ไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
กรณีเป็นโรงพยาบาลเอกชน สามารถร้องเรียนต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาล บุคลากร อุปกรณ์ และระบบการให้บริการ
ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานประกันสังคม ส่วนผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
หากครอบครัวเห็นว่ามีความเสียหายจากการรักษา ยังสามารถปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีแพ่งหรือคดีอาญาได้ โดยต้องใช้เวชระเบียน ผลชันสูตร และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเป็นหลักฐานประกอบ
คำตอบที่ครอบครัวยังรอ
แม้โรงพยาบาลจะให้แพทย์พ้นจากหน้าที่แล้ว แต่คำถามเรื่องการไม่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจยังไม่มีข้อสรุป
ผลสอบจากแพทยสภาและสำนักงานประกันสังคมจะเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาว่า การตรวจรักษาในวันเกิดเหตุเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ และการตรวจ EKG ในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้นหรือไม่
ครูทรายยังคงยืนยันว่า ต้องการคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้การสูญเสียของครอบครัวนำไปสู่การปรับปรุงระบบบริการ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้ป่วยรายอื่น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
