ศุภชัย แจง “ป้ายอนุทินมอบไฟเซอร์” มีจริง แต่ไม่ได้ใช้ ซัดฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม เล่นการเมืองสกปรก

ศุภชัย แจง “ป้ายอนุทินมอบไฟเซอร์” มีจริง แต่ไม่ได้ใช้ ซัดฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม เล่นการเมืองสกปรก
มติชน
8 สิงหาคม 2564 ( 16:46 )
21
ศุภชัย แจง “ป้ายอนุทินมอบไฟเซอร์” มีจริง แต่ไม่ได้ใช้ ซัดฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม เล่นการเมืองสกปรก

 

คืบปมดราม่าเรื่องป้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) มอบวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งปรากฏในโลกออนไลน์ ซึ่งต่อมามีการวิจารณ์ที่ตัวรัฐมนตรีอย่างมาก ก่อนที่จะมีการเปิดเผยว่า ป้ายดังกล่าวไม่เคยมีอยู่ในงาน และรัฐมนตรี ไม่ทราบเรื่องป้ายที่กำลังเป็นประเด็นนั้น

 

ล่าสุด (วันที่ 8 สิงหาคม) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวถึงปมดราม่านี้ว่า มีชีวิตได้ เพียงเพราะได้ด่าผู้อื่น

 

 

ประเด็นดราม่าเรื่อง “ป้าย รมต.มอบไฟเซอร์” เมื่ออ่านข้อมูลครบถ้วน ก็ไม่มีอะไรมากกว่าการเล่นการเมืองสกปรก ของพวกขี้แพ้ซ้ำซาก ที่จับเอาทุกประเด็นมาโจมตีรัฐบาล

 

 

โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง หวังเพียงแต่สร้างเรื่องดราม่า ให้เป็นกระแส ได้สนุกสนานครื้นเครง แล้วก็จบไป

 

 

อันที่จริง เรื่องของเรื่อง ก็เป็นแค่ความหวังดีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงาน ที่ต้องการให้ให้เกียรติรัฐมนตรีมามอบวัคซีน แล้วก็ทำป้าย มูลค่าป้ายที่ทำไม่เกิน 50 บาทแน่นอน แต่ที่สุดแล้ว ป้ายนั้น ก็เอาลง ไม่ได้ใช้ เพราะทางฝ่ายสถานที่เห็นว่าไม่เหมาะสม ในงานก็ไม่มีป้ายนั้นปรากฏอยู่

 

 

ตอนรัฐมนตรีมาถึง ก็ไม่มีการขึ้นป้ายที่ว่า เรื่องมีแค่นี้ เปรียบเทียบเหมือน เราทำงานมาเสนอหัวหน้า หัวหน้าไม่เอา ก็ตัดออก จบ

 

 

แต่สำหรับฝ่ายการเมืองสายปลุกปั่นสังคม พอเห็นภาพนี้ ก็เอามาแต่งเรื่องราวใหม่ บิดเบือน สร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ คนกลุ่มเดิม ก็หาเรื่องใหม่มาด่าต่อเรื่อยๆ

 

 

นี่คือการเมืองน้ำเน่าสกปรก ยกตัวอย่างเช่น การที่คนของฝ่ายปลุกปั่นไปเคลมว่าตัวเอง มีส่วนในการนำไฟเซอร์ จากสหัฐฯ เข้ามา พอทางการสหรัฐฯ แถลง ว่าไม่จริง พวกเขาก็เงียบ ยิ้มแหะๆ แล้วก็จากไป

 

 

ต่อมา พวกเขาบอกว่า จะหาไฟเซอร์เข้ามาในเดือนกรกฎาคม พูดจนหุ้นในกลุ่มพวกเขาพุ่งเอาๆ แต่เมื่อทำไม่ได้ พวกเขาก็เงียบ ยิ้มแหะๆ แล้วก็จากไป

 

 

จากนั้น เมื่อตำรวจ ที่มีหน้าที่รับผู้ป่วยได้ฉัดวัคซีนเข็ม 3 พวกเขา ตั้งหน้าตั้งตาด่า แต่เมื่ออาสาในกลุ่มพวกเขาได้รับ พวกเขาก็เงียบ ยิ้มแหะๆ แล้วก็จากไป

 

 

มีกี่เรื่องแล้ว ที่คนกลุ่มนี้ เอาแต่วิจารณ์โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง หลายครั้งการด่าของเขา ไปกระทบกับคนทำงาน ไปกระทบกับการทำงาน แต่ถามว่าเขาเคยสำนึกหรือไม่

 

 

เขาเชื่อว่าสังคมไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า การด่าของพวกเขาช่างมีพลัง การด่า และพลังงานด้านลบนั้น ไม่ใช่แรงผลักให้คนทำงานลงมือทำ เพราะต่อให้ไม่มีแรงด่า เขาก็ต้องทำทุกอย่างไปตามแผนอยู่แล้ว

 

 

แต่การด่าทอ การบิดเบือนทั้งหลาย มันเป็นขุมพลังงาน ให้กลุ่มการเมืองเลวๆ พรรคการเมืองเลวๆ ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป เท่านั้นเอง เป็นการทำงานการเมืองที่แสนสกปรก และไร้ค่าสิ้นดี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง