1-5 เม.ย. แดดแรง! ภาคเหนือร้อนจัดหลายพื้นที่ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาฯ

เตือนอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนสภาพอากาศวันที่ 30 มี.ค. – 5 เม.ย. 69 ประเทศไทยตอนบน “ร้อนต่อเนื่อง” 1 - 5 เม.ย. ภาคเหนือร้อนจัดหลายพื้นที่ ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพ ดื่มน้ำให้เพียงพอ (8 - 10 แก้ว/วัน) เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดจัด (11.00-15.00 น.)
คาดหมายอากาศรายภาค 30 มีนาคม - 5 เมษายน พ.ศ. 2569
-ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 30 - 31 มี.ค. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่าง
ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 – 42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 - 15 กม./ชม.
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 - 41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
-ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่าง อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 – 41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
-ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากตามแนวชายฝั่ง ลมใต้ ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 39 องศาเซลเซียส
-ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. – 1 เม.ย. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ในช่วงวันที่ 2 – 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส
-ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. – 1 เม.ย. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 2 – 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส
-กรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 30 มี.ค. – 5 เม.ย. 69 อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 39 องศาเซลเซียส
เตือนภัยระวังฮีทสโตรก
โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (heat stroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักเกิดจากการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่มีการป้องกันที่ดีพอ
เมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายล้มเหลว ความร้อนจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ทั้งระบบประสาท สมอง หัวใจ และไต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือถึงแก่ชีวิตได้
อาการเป็นอย่างไร ?
-ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง (ไม่มีเหงื่อออก)
-หัวใจเต้นเร็วและแรง
-ปวดศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้
-พูดไม่ชัด สับสน หรือหมดสติ
-อาจมีอาการชักในบางราย
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิด?
-เด็กเล็กและผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) มีระบบการควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์หรือเสื่อมลง ทำให้ปรับตัวต่อความร้อนได้ยากขึ้น
-ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน หรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมแดด
-ยาที่มีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันเลือด ยาต้านเศร้า หรือยารักษาโรคจิตเภท อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคลมแดด
-สัมผัสอากาศร้อนอย่างฉับพลัน การย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนจัดโดยที่ร่างกายยังไม่ปรับตัว เช่น การเดินทางไปประเทศที่มีอากาศร้อนกว่า หรือช่วงที่มีคลื่นความร้อน
-ออกกำลังกายหรือทำงานหนักในสภาพอากาศร้อน กิจกรรมที่ใช้แรงมากในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศดังกล่าว
-สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม เสื้อผ้าที่หนาและไม่ระบายความร้อน ทำให้เหงื่อระเหยได้ยาก ส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี
-การดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเหงื่อเพื่อระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จะป้องกันโรคลมแดดได้อย่างไร ?
-ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากทำกิจกรรมกลางแจ้ง
-หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงเวลาที่แดดแรง (ช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น.)
-สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สีอ่อน ใช้หมวกหรือร่มกันแดด
-พักในที่ร่มหรือห้องปรับอากาศหากรู้สึกเหนื่อยหรือร้อนเกินไป
-หมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผู้ป่วยโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก
-พาเข้าที่ร่มหรือห้องแอร์ ทันที
-ถอดเสื้อผ้าชั้นนอก และช่วยระบายอากาศ
-ใช้น้ำเย็นเช็ดตัว หรือพัดลมช่วยลดอุณหภูมิ
-ดื่มน้ำเปล่า หลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
-หากเจอผู้ป่วยที่หมดสติและไม่หายใจ โทร. 1669 หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเข้ารักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และทำการ CPR ผู้ป่วย ณ บริเวณนั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
