นลท. หลบเสี่ยง! เทเงินเข้า ETF ทองคำ ต่อเนื่อง 8 เดือนติด

ข้อมูลจากแอลเอสอีจี ลิปเปอร์ (LSEG Lipper) เผยให้เห็นว่า นักลงทุนแห่เข้าซื้อกองทุน ETF ทองคำและโลหะมีค่าประเภทอื่น ๆ มูลค่ารวม 4.39 พันล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. บ่งชี้ว่ากองทุน ETF โลหะมีค่ามีเม็ดเงินไหลเข้าติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8
เนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ว่าสกุลเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงอีก และธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ส่วนกองทุน ETF หุ้นเหมืองทองคำมีเงินไหลเข้ามูลค่า 3.62 พันล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 เป็นอย่างน้อย
เมื่อพิจารณาตลอดปี 2568 พบว่า เม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ, กองทุนโลหะมีค่าประเภทอื่น ๆ และกองทุน ETF หุ้นเหมืองทองคำ มีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 9.186 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ายอดรวมในปี 2567 กว่า 8 เท่า
ราคาทองคำร่วงลงไปประมาณ 10% ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา อันเนื่องมาจาก CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า หลังจากราคาทองคำและโลหะต่าง ๆ ถูกเทขายอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) คาดการณ์ว่า ราคาจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปี 2569 เนื่องจากธนาคารกลางและนักลงทุนยังคงต้องการซื้อทองคำ
ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะเข้าซื้อทองคำรวม 800 ตันในปี 2569 โดยระบุว่าธนาคารกลางยังคงมีแนวโน้มที่จะกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศ
ด้านธนาคารดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ยืนยันคาดการณ์ราคาทองคำที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์/ออนซ์ในปี 2569 เนื่องจากเชื่อว่านักลงทุนจะเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง แม้ราคามีการปรับฐานบ้างก็ตาม