จับตาAIพร้อมโต AIE หนุนกำไรพุ่ง

จับตาAIพร้อมโต AIE หนุนกำไรพุ่ง
ทันหุ้น
9 พฤศจิกายน 2563 ( 08:45 )
150
จับตาAIพร้อมโต AIE หนุนกำไรพุ่ง

ทันหุ้น –สู้โควิด –ผู้บริหาร AI เผยผลงานโค้งท้ายโตแรง ปัจจุบันอยู่ระหว่างประมูลงานลูกถ้วยไฟฟ้ากว่า 1,000 ล้านบาท เติม Backlog ปีหน้าราคาปาล์มขาขึ้น-ความต้องการใช้หนุนธุรกิจ AIE โตก้าวกระโดด มั่นใจปีนี้รายได้โตกว่าปีก่อน ฟากโบรกคาดกำไรปีนี้โตมากกว่าเท่าตัว AIE ช่วยหนุน

 

นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเชื่อว่าจะยังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังการผลิตที่ปัจจุบันอยูที่ 95% เพื่อเร่งส่งมอบงานในมือ (Backlog) ที่อยู่ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 300 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มเจรจาประมูลงานใหม่ มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะเข้ามาในปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

 

ด้านการผลิตโดยบริษัทได้อานิสงส์จากการที่แก๊สเชื้อเพลิง (Liquid Petroleum Gas) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเตาเผาลูกถ้วยไฟฟ้าปัจจุบันมีราคาลดลงทำให้อัตรากําไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 50% เทียบจากปีก่อนที่ประมาณ 40% ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการปรับปรุงการผลิตลูกถ้วยไฟฟ้า โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงต้นปีส่งผลดีต่อคุณภาพการผลิตเเละช่วยหนุนกำไรสุทธิปีนี้ นอกจากนี้บริษัทยังประเมินว่าผลประกอบการปีนี้จะเติบโตดีขึ้นมากกว่าปี 2562 ที่มีรายได้ 3,050.96 ล้านบาท เเละกำไรสุทธิที่ 295.40 ล้านบาท

 

สำหรับภาพรวมของบริษัทลูก เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเดินทางเพิ่มขึ้นและภาพรวมของเศรษฐกิจเริ่มมีการเติบโต ขึ้นทั้งนี้ด้านการผลิตบริษัทก็ได้รับประโยชน์จากราคาปาล์มที่เป็นช่วงขาขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาขายก็ดีขึ้นตามไปด้วย

 

อย่างไรก็ตามบริษัทยังมองภาพรวมทั้ง 2 ธุรกิจทั้ง AI และ AIE ในช่วงครึ่งปีหลัง2563 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้รายได้รวมปีนี้จะเติบโตทั้งกลุ่ม รวมถึงมีอัตราอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากการปรับปรุงคุณภาพการผลิตอีกด้วย

 

*AI ราคาเป้ามหาย 2.88 บาท

 

บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อหุ้น AI โดยให้ราคาเป้าหมายของปี 2564 ที่หุ้นละ 2.88 บาท โดยคาดว่าแนวโน้มรายได้ของปี 2563 เติบโต 120% จากรายได้จาก AIE ที่เติบโตราว 172% จากการกำหนดคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซลในช่วงปลายปี 2562ของภาครัฐทำให้บริษัทมีความได้เปรียบคู่แข่งที่สามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ตามมาตรฐาน อีกทั้งการเพิ่มสัดส่วนน้ำมันดีเซล B10 จากเดิม B7 เป็นน้ำมันดีเซลมาตรฐานจะช่วยหนุนให้มีอุปสงค์ในประเทศมากขึ้น

 

ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธปี 2563 จะเติบโต 135% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 696 ล้านบาท หนุนหลักจาก AIE ที่ขาดทุน 156 ล้านบาท ในปี 2562จะพลิกกลับมามีกำไรที่ระดับ 374 ล้านบาท ด้านรายได้จากธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้าคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิจากธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้าคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน จากผลกระทบของรายการพิเศษรวมถึงภาษีเงินได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังจากหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) ของเครื่องจักรผลิตลูกถ้วยไฟฟ้าในเดือน มิถุนายน 2563

 

นอกจากนี้คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/2563 จะทำจุดสูงสุดของปีนี้ โดยได้รับผลบวกจาก การรับรู้รายได้ลูกถ้วยไฟฟ้าในระดับสูงตามกำหนดการส่งมอบงาน(Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3/2563 ที่ระดับ 500 ล้านบาท), รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแผนที่จะส่งมอบในช่วงปลายปีในระดับสูง ส่วนธุรกิจไบโอดีเซล เข้าสูงช่วง High Season รวมถึงคาดว่าจะได้อานิสงค์จากอัตรากำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นผลจากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น น้ำมันปาล์มดิบปรับเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยเดือนกันยายน มาที่ต้นเดือนพฤศจิกายนราว 14 บาทต่อก.ก จากที่เป็นช่วงปาล์มขาดคอ

 

*AIE เคาะเป้า 1.06 บาท

 

ขณะที่เริ่มต้นออกบทวิเคราะห์ AIE ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2564 อยู่ที่ 1.06 บาท ทั้งนี้ชื่นชอบ AIE จากที่เป็นผู้ได้ประโยชน์จากผลของการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไบโอดีเซลในประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรักษากำไรในระดับสูงต่อจากปี 2563 และพร้อมที่จะจ่ายปันผลได้เป็นปีแรกในปีนี้

 

ประเมินกำไรสุทธิปี 2563 ที่ระดับ 374 ล้านบาท พลิกมาเป็นกำไรหลังจากขาดทุน 156 ล้านบาท ในปี 2562 จากรายได้ที่เติบโตเด่น 172% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ EBITDA Margin ที่ระดับ 9.21% จากเดิมที่ขาดทุนที่ระดับ EBITDA Margin มาอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2563 จะเป็นจุดสูงสุดของปี หนุนจาก 1.ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเด่น 14 บาทต่อกิโลกรัม จากไตรมาส 3/2563 2.กำลังผลิตปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 5 หมื่นลิตรต่อวัน 3.คาดได้อุปสงค์หนุนจากเป็นช่วง High Season ของการบริโภคน้ำมันดีเซล 4.ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนชื่อน้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลในเดือนตุลาคม 2563 ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 4/2563 ประเมินกำไรสุทธิที่ระดับ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 978% จากปีก่อน และคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 101% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านอัตรากำไรสุทธิประเมินที่ระดับ 9.5%

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง