ศึก "Asian Beauty" แบรนด์จีนโหมบุกตลาดในไทย

พาไปติดตามภาพรวมของตลาดเครื่องสำอางของไทยกันก่อน ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันในอุตสาหกรรมก็กำลังทวีความเข้มข้นมากขึ้นเช่นกัน
Krungthai COMPASS คาดการณ์ว่า ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางของไทยในช่วงปี 2568-2569 ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนของทั้งตลาดในประเทศ และตลาดส่งออก ซึ่งคาดว่าปี 2568 มูลค่าตลาดจะแตะที่ระดับประมาณ 180,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ล้านบาท ในปี 2569 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 12.3 จากปีก่อน
ทั้งยังระบุว่า ตลาดความงามในประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 78 ของมูลค่าตลาดรวม หรือประมาณ 140,000 ล้านบาท ในปี 2568 และ 160,000 ล้านบาทในปี 2569
ขณะเดียวกัน มุมมองจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมความงาม อย่าง BEAUTRIUM (บิวเทรียม) แบรนด์ร้านค้าปลีกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามของไทย ชี้ให้เห็นว่า ผู้เล่นรายใหญ่จากภูมิภาคเอเชีย กำลังเข้าไปมีบทบาทต่อเทรนด์ความงามโลกเพิ่มมากขึ้น ภายใต้กระแส Asia Rising โดยแต่ละประเทศ ต่างก็มีเอกลักษณ์ เทรนด์ และนวัตกรรมที่โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น T-Beauty, C-Beauty, K-Beauty หรือว่า J-Beauty ก็ตาม
ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ที่เปิดรับความหลากหลายของแบรนด์และผลิตภัณฑ์มากขึ้น คุณ อติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด ระบุว่า ปัจจุบัน ผู้บริโภคคนไทยพร้อมทดลองแบรนด์ใหม่ได้รวดเร็วขึ้น และเปิดรับผลิตภัณฑ์จากหลายประเทศมากขึ้น
ขณะที่ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพของสินค้า แต่ยังครอบคลุมถึงรีวิวบนโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์การเลือกซื้อหน้าร้าน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือของช่องทางจำหน่ายด้วย
พร้อมมองว่า กระแส Asian Beauty จะยังเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามทั้งในไทยและตลาดโลกตลอดปีนี้
ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเติบโตของแบรนด์จีนที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดยกรุงไทย คอมพาส ตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องสำอางแบรนด์จีนกำลังเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งตลาดทั้งในไทยและตลาดโลกมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการจีนสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับการยอมรับจากทั้งผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงผู้บริโภคไทย ส่งผลให้สามารถขยายตลาดได้ทั้งในประเทศและตลาดส่งออก
สำหรับประเทศไทย การนำเข้าเครื่องสำอางจากจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ปี 2567 ไทยนำเข้าเครื่องสำอางจากจีนสูงถึง 5,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี 2562 ถึง 1.5 เท่า คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 8.4 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2562-2567 ขณะที่ปัจจุบันผู้ผลิตจีนยังสามารถจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคไทยผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยตรง ซึ่งนับเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ด้านคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องสำอางไทยมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและมองว่าแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาด เป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภคไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอีกหลายด้านที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยสามารถสร้างความแตกต่างและแข่งขันได้ เพียงแต่การแข่งขันควรอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน ซึ่งเป็นบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะต้องทำให้ผู้ประกอบการทุกรายอยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกัน และมีการบังคับใช้อย่างเท่าเทียม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
