สำรวจราคาข้าว–มะพร้าว สามพราน รายได้เกษตรกรต่ำ สวนทางต้นทุนผลิต

การลงพื้นที่สำรวจราคารับซื้อสินค้าเกษตรในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พบภาพชัดของปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดทับรายได้ชาวนาและชาวสวนมาอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจครั้งนี้นำข้อมูลราคาหน้าฟาร์มมาเปรียบเทียบกับต้นทุนจริงและรายได้สุทธิของครัวเรือนเกษตร เพื่อสะท้อนช่องว่างระหว่าง “ผู้ผลิตต้นทาง” กับ “ผู้ค้าและผู้แปรรูปปลายทาง”
พรชัย วุ่นยรรยงค์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบอร์ 3 เขต 6 จังหวัดนครปฐม ในนาม พรรคไทยภักดี ระบุจากการพูดคุยกับชาวนาในพื้นที่ว่า ราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้าความชื้นไม่เกิน 15% อยู่ในช่วงประมาณ 8,200–8,500 บาทต่อตัน ขณะที่ความชื้น 25% ราคาลดลงเหลือราว 7,200–7,500 บาทต่อตัน เมื่อหักต้นทุนการผลิตทั้งหมด รายได้สุทธิที่เหลืออยู่ในระดับต่ำ
“ชาวนารับความเสี่ยงทั้งปี ตั้งแต่ฟ้า ฝน น้ำ ไปจนถึงต้นทุนปุ๋ยและแรงงาน แต่สิ่งที่ขายได้คือข้าวเปลือกเพียงอย่างเดียว รายได้จากรำ แกลบ และการแปรรูปกลับไปอยู่ปลายทาง”
ข้อมูลเชิงสถิติระดับประเทศสนับสนุนข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดจากการเกษตรเฉลี่ยราว 206,000 บาทต่อปี แต่มีรายจ่ายด้านการผลิตกว่า 126,000 บาทต่อปี ส่งผลให้รายได้สุทธิเหลือเพียงประมาณ 7,000 บาทต่อเดือน สะท้อนความเปราะบางของอาชีพเกษตรกรต่อความผันผวนของราคาอย่างชัดเจน
ด้านการสำรวจราคามะพร้าวในพื้นที่ตำบลไร่ขิง พบความผันผวนสูงตั้งแต่ระดับต่ำสุดเพียง 2–9 บาทต่อผลในบางช่วง ไปจนถึงระดับมากกว่า 30–40 บาทต่อผลในช่วงผลผลิตขาดตลาด ความผันผวนดังกล่าวทำให้ชาวสวนไม่สามารถวางแผนการผลิตระยะยาวได้
“พอราคาขึ้นแรง คนก็แห่ปลูก ขยายพื้นที่กันทั้งตำบล แต่พอผลผลิตออกพร้อมกัน ราคาถูกทุบ ชาวสวนไม่มีอำนาจต่อรอง มะพร้าวสุกแล้วก็ต้องขาย เก็บไว้ไม่ได้”
โครงสร้างตลาดปัจจุบันทำให้มูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปและผลพลอยได้ ทั้งรำข้าว แกลบ และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว กระจุกตัวอยู่กับโรงสีและผู้ค้าปลายทาง ขณะที่ผู้ผลิตต้นทางยังคงแบกรับต้นทุนและความเสี่ยงสูงสุด
พรรคไทยภักดีเสนอแนวคิดการปรับโครงสร้างราคาสินค้าเกษตร โดยใช้หลักการเดียวกับระบบอ้อยและน้ำตาล คือการนำรายได้จากทุกกระบวนการผลิตมาคำนวณเป็นราคารับซื้อ และเฉลี่ยส่วนแบ่งรายได้จากผลพลอยได้กลับคืนให้เกษตรกร
“ถ้าระบบคิดราคาทั้งห่วงโซ่เหมือนอ้อย ชาวนาจะไม่ได้ขายแค่ข้าวเปลือก แต่ได้ส่วนแบ่งจากรำ แกลบ รายได้จะมั่นคงขึ้น ไม่ต้องพึ่งเงินช่วยเหลือเป็นครั้งๆ”
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ส่งเสริมการรวมกลุ่มของชาวสวนมะพร้าวและชาวนา เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มอำนาจต่อรองราคา และลดการพึ่งพาปุ๋ยและสารเคมี
“ถ้ารวมตัวเข้มแข็ง ผลิตของมีคุณภาพ ราคาอยู่ได้ ก็ไม่ต้องเร่งปุ๋ยเร่งยา สุขภาพเกษตรกรก็ดีขึ้น ความเสี่ยงโรคร้ายก็ลดลง”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
