หยวนต้าเจาะ “STA” ราคายางยังแกร่ง หุ้นย่อโอกาสสะสม

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า ส่องหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ประชุมนักวิเคราะห์ มีมุมมองเชิงบวก
บริษัทปรับเป้าปริมาณขายปี 2569 ลงจาก 1.6 ล้านตัน เป็น 1.45 – 1.50 ล้านตัน (ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 1.42 ล้านตัน) เทียบ 1H69 ที่ขายไปแล้ว 7.0 แสนตัน และ Q3/69 คาดอีกราว 3.0 แสนตัน ทำให้ Q4/69 มีโอกาสเป็นไตรมาสที่ปริมาณขายสูงที่สุดของปี การปรับเป้าลงเพื่อให้สอดคล้องกับตัวเลขในช่วง 1H69 จาก Supply ที่ตึงตัว
ปรับราคาขาย 2H69 ขึ้นเป็น 215-235 US Cent/Kg จากเดิมคาดเฉลี่ยทั้งปีที่ 190-220 US Cent/Kg เทียบกับประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 215 US Cent/Kg
ราคายางที่ปรับตัวขึ้นแม้ว่าเป็น High season ของการเปิดกรีดเพราะว่าฝนที่ตกค่อนข้างมากทำให้จำนวนวันในการออกกรีดค่อนข้างน้อย ทำให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดน้อยเช่นกัน ประกอบกับปริมาณต้นยางลดลงจากการเปลี่ยนไปปลูกปาล์ม โดยเฉพาะในอินโดนีเซียผลผลิตยางคาดว่าจะลดลง 25% ในปี 2569 ทำให้ Supply ตึงตัว และหากเกิดเอลนิญโญในช่วงปลายปีหรือปี 2570 จะทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น หนุนราคายางยังไต่ระดับขึ้นได้ต่อ และหาก EUDR ไม่เลื่อนจะเป็นอีกแรงส่งหนุนราคายางปรับตัวขึ้น
ยาง EUDR เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่ แต่ลูกค้าทุกรายกลับมามีออเดอร์ยาง EUDR ทำให้ปริมาณขายใน Q3/69 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 100% QoQ เป็น 30,000 – 40,000 ตัน หรือราว 10,000 ตัน/เดือน ส่วน Q4/69 คาดเติบโตอีก 10% เป็นราว 20,000 ตัน/เดือน เทียบกับปริมาณความต้องการตอนนี้สูงราว 30,000 ตัน/เดือน บริษัทจึงมีแผนหายาง EUDR เพิ่มให้ได้อีก 10,000 ตัน/เดือนภายในเดือน ต.ค. ปัจจุบัน GPM ของ EUDR เริ่มกลับมาขยายตัวและเป็นพรีเมี่ยมจากยางทั่วไปแบบมีนัยสำคัญอีกครั้ง ตามความ
ต้องการที่เร่งขึ้น
แนวโน้มกำไรปกติ Q3/69 คาดที่ราว 800 ลบ.+/- ฟื้นตัวจากที่ขาดทุนหนักใน Q3/68 แต่ลดลง QoQ เพราะ Q2/69 ปริมาณขายและ GPM สูงขึ้นมากกว่าคาด ขณะที่ราคาทรงตัวสูง และตลาดมีการคาดการณ์ว่าปริมาณยางจะออกสู่ตลาดมากขึ้นทำให้ราคายางอาจชะลอลงได้ทำให้ลูกค้าสั่งสินค้าน้อยลงเพื่อ Wait & See ราคายาง โดยสั่งสินค้าลดลงและเน้นส่งมอบระยะสั้นมากขึ้น ดังนั้นหากราคายางยังไม่ลงคาดว่าปริมาณขายจะกลับมาเร่งตัวขึ้นใน Q4/69 จึงคาดว่า Q4/69 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีทั้งปริมาณขายและราคาขาย
ด้วยกำไร 1H69 คิดเป็นสัดส่วน 61% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปีของฝ่ายวิจัย และ 2H69 คาดว่าจะเท่ากับหรือดีกว่า 1H69 ทำให้ฝ่ายวิจัยอาจมีการปรับประมาณการกำไรปี 2569-70 ขึ้นอีก
อย่างไรก็ตามด้วยราคาตลาดปัจจุบันยังมี Upside gain ค่อนข้างมากจากราคาเป้าหมายปัจจุบัน จึงคงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายไว้ ที่ราคาปัจจุบันเทียบเท่า PER 2569 -70 ต่ำเพียง 11.3x เท่า และ 9.3x เท่า ตามลำดับ พร้อมผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีราว 6% คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายสิ้น Q2/70 อยู่ที่ 25.50 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
