รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
27 สิงหาคม 2569 ( 09:31 )
4

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในกรอบ 1,600-1,610 จุด หนุนจากผลประกอบการ 2Q26 และคาดการณ์รายได้ในอนาคตของ NVDA ที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด หนุนเม็ดเงินไหลกลับเข้าหาหุ้น Tech-AI จากภาพ Demand และเม็ดเงินลงทุนที่ยังแข็งแรง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและ Bond Yield ยังคงจำกัด Upside การฟื้นตัว ล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ค. สหรัฐฯออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย +3.7% y-y ขณะที่ Core PCE ยังคงทรงตัวสูงที่ +3.3% y-y ใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า และยังห่างจากกรอบเป้าหมายของ Fed ที่ 2% อย่างมีนัยยะ ส่งผลให้ตลาดยังประเมินโอกาสที่ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในการประชุมเดือน ต.ค. หรือ ธ.ค. (คาดเดือน ก.ย. ยังคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%)

อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศยังดูแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น ล่าสุดกนง.ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% ซึ่งยังเป็นระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่นโยบายการคลังคาดยังเดินหน้าสนับสนุนและประคองกำลังซื้อต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่จะต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ซึ่งจะทำให้โมเมนตัมเศรษฐกิจใน 4Q26 ให้ยังดีต่อ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามอยู่ทีการแถลงของประธาน Fed่ ที่ Jackson Hole Symposium คืนวันศุกร์ว่าจะส่งสัญญาณนโยบายการเงินมากน้อยเพียงใดและออกมาในโทน Dovish หรือ Hawkish ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทาง Bond Yield และสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์หน้า

กลยุทธ์ : Selective Buy // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ส.ค : BTG, ITC, MAGURO, SJWD, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : HANA
· แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 53 บาท
· ราคาหุ้นคาดได้ Sentiment บวกหนุนจากงบและ Guidance ของ NVDA ที่ดีกว่าคาด ส่วนภาพธุรกิจยังฟื้นต่อเนื่อง รายได้ AI จาก 2 ลูกค้าหลักจะเริ่มรับรู้ใน 3Q26 และเร่งขึ้นใน 4Q26 ก่อนรับรู้เต็มปีใน 2027 ส่วนโรงงานใน Ohio คาดพลิกกำไรใน 4Q26 และ PMS ที่เกาหลีใต้ มีโอกาสฟื้นชัดเจนขึ้นในปีหน้า
· คาดกำไร 3Q26 โตทั้ง q-q และ y-y และเร่งต่อใน 4Q26 เราคาดกำไรปี 2026-27 เติบโต 79% y-y และ 73% y-y ตามลำดับ
· แนวรับ 45-44.50//43 บาท แนวต้าน 46.50//48//49.50 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,585 - 1,595 แนวต้าน 1,610 – 1,615 คาดดัชนีทรงตัวรอผลการประชุมที่ Jakson Holes ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศคาดยังได้แรงหนุนจาก กนง.คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% และงาน Thailand Focus คาดจะหนุนเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มอุต ฯ New S Curve ของไทย แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น KBANK, BBL, KTB, GULF, GPSC, AMATA, WHA, STECON, CK คาดจะได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในประเทศ/ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น SCC, TASCO, TOA, BA, THAI/ กลุ่มไฟแนนท์ SAWAD, MTC, TIDLOR, TURBO หลัง กนง.ส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงิน

ERW* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.86 บาท) บริษัทรายงากำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 72 ล้านบาท -81%QoQ, +14%YoY ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY เติบโตหนุนจาก RevPar และ Occ rate ที่เป็นบวก ขณะที่ GPM อยู่ในเกณฑ์ดีจากการบริหารต้นทุน ประกอบกกับดอกเบี้ยจ่ายยังปรับลดลงได้ต่อเนื่อง แนวโน้ม 2H69 ทิศทางเป็นบวก โดย 3Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และใน 4Q69 ที่จะกลับเข้าช่วง High Season ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากงานอีเว้นต์ใหญ่และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 931 ล้านบาท +11%YoY และ 1 พันล้านบาท +8%YoY

BJC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท) กำไรสุทธิอยู่ 2Q69 ที่ 2,882 ลบ. (+191%YoY, +173% QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษซึ่งหลักๆ คือ กำไรพิเศษจากการขายที่ดินแล้วราว 1.6 พันลบ.แล้ว กำไรปกติอยู่ที่ 1,275 ลบ. (+8%YoY, +19% QoQ) มีแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ MMVN และรายได้ค่าเช่า ส่งผลให้หน่วยธุรกิจ MSC มี EBIT +11% YoY, +2%QoQ แม้ว่า SSSG ของ BigC ไทยจะ -2.1%YoY กดดันจากไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่หน่วยธุรกิจอื่นๆสามารถทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะหน่วยธุรกิจ PSC ที่มีแรงหนุนจากฤดูร้อน การส่งออก และความต้องการในช่วงบอลโลก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 3Q69 ภาพ QoQ เราคาดว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวตามฤดูกาล ส่วนภาพ YoY แม้คาดว่า SSSG ของ BigC ในไทยจะถูกกดดันจากไทยช่วยไทยพลัสเต็มไตรมาส แต่ยังพอสามารถ Offset ได้ด้วยหน่วยธุรกิจอื่นๆ เช่น PSC และ CSC นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนมาจากการรับรู้กำไรของ MMVN เต็มไตรมาส ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BJC ที่ 6,220 ลบ.(+55%YoY) และ 5,107 ลบ.(-18%YoY) ตามลำดับ

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway Up หนุนด้วยบรรยากาศการลงทุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลัง NVIDIA งบดี และคาดการณ์รายได้ดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาการประชุม Jackson Hole โดยเฉพาะถ้อยแถลงของประธาน Fed คุณ Kevin Warsh ทั้งนี้หุ้นไทยได้ sentiment เชิงบวกจากงาน Thailand Focus (26-28 ส.ค.) ซึ่งสถิติมักส่งผลบวกต่อดัชนีแม้หลังจบงานไปแล้ว

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทรงตัว หลัง NVIDIA เผยคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ค่อนข้างผิดหวัง ทำให้ราคาหุ้นลดลงในช่วงแรก ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยคาดการณ์รายได้ในงบประจำปี 2028 ที่โตสูงกว่าคาดมาก ทำให้ราคาหุ้นกลับมาปิดบวกในช่วง after hour ขณะที่ตัวเลข PCE ที่ประกาศออกมายังทำให้ตลาดมองว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. อยู่ ทั้งนี้จับตาถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole
  • NVIDIA คาดการเติบโตของยอดขายในงบประจำปี (FY) 2028 จะโตถึง 70% สูงกว่าที่คาดที่ 45% ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน และยังย้ำถึงการเร่งตัวของ AI Demand ที่ยังแข็งแกร่ง ทั้งนี้ การรายงานงบไตรมาส 2 ออกมาดีเช่นกัน รายได้อยู่ที่ $96.2 พันล้าน สูงกว่าคาด $92.5 พันล้าน และ กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $2.22 สูงกว่าคาดที่ $2.09 กลุ่ม Data Center: สร้างรายได้ถึง 8.90 หมื่นล้านดอลลาร์ (คาดการณ์ 8.58 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่ม Hyperscalers อย่าง Amazon และ Google ขณะที่ประมาณการรายได้ไตรมาส 3 บวกลบเพียงเล็กน้อยราวๆ 2% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ประมาณ 74%
  • มาตรวัดเงินเฟ้อ PCE ประจำเดือน ก.ค. ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย +3.7% คาด +3.6% (YoY) ขณะที่ Core PCE ออกมาตามคาด +3.3% (YoY) ด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ปรับผลกระทบจากเงินเฟ้อแล้ว (Real Consumer Spending) ทรงตัว (0.0% MoM) ทั้งนี้ตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่กลับมาเพิ่ม (ค่อยๆ ชะลอตัวลง) ช่วยเปิดช่องให้ Fed คงดอกเบี้ยต่อได้ อย่างไรก็ตามติดตามถ้อยแถลงของประธาน Fed คุณ Kevin Warsh ในการประชุม Jackson Hole ที่จะถึงนี้ พร้อมทั้งสถานการณ์สงครามอิหร่าน
  • กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยระดับนี้เหมาะสมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ กนง. มองเงินเฟ้อจะเร่งตัวในช่วงปลายปี และต้นปีหน้า แต่จะเป็นปัจจัยชั่วคราว (ยังต้องติดตามภาวะสงครามอิหร่านต่อ) ขณะที่เศรษฐกิจไทย ยังมองประมาณการใกล้เคียงเดิม โดยตัวเลขประมาณเศรษฐกิจชุดใหม่ จะเปิดเผยในการประชุมเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้

Strategy
กลยุทธ์หลัก: ระยะสั้นเก็งกำไร Theme Thailand Focus ตามธีม "Next Wave of High Value Investment" เช่น CRC, CPN, PTTGC หุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme เก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ชอบ CENTEL, ERW, AOT ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว เราชอบ KTB, KBANK, TTB, KKP

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26
· CN, Industrial Profits (YTD) YoY (Jul), Consensus=16.0%, Prior=18.7%
· EA, ECB Monetary Policy Meeting Accounts
· US, Initial Jobless Claims (Aug/22), Consensus=209K, Prior=206K
· US, Goods Trade Balance Adv (Jul), Consensus=$-99B, Prior=$-101.4B
·US, Kansas Fed Manufacturing Index (Aug), Consensus=14, Prior=17
· US, Jackson Hole Economic Symposium (Day 1).

Technical : BCH, KAMART

Fund Flow และตลาดการเงิน:

  • ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย แต่ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ตลาดหุ้น (26 ส.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 71,659.69 ล้านบาท และ (MAI) 380.82 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 717.89 ล้านบาท
  • Yield Curve ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 4,948 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 5,452 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 504 ล้านบาท
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.76 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยเทียบกับช่วงเช้า

หุ้นเด่นวันนี้
CKP : 1) แนวโน้มกำไร 3Q26E จะเติบโตดีและเป็นระดับสูงสุดของปี จาก high season และระดับน้ำที่ยังดี โดยโรงไฟฟ้า XPCL จะเป็น key earnings driver จากการเดินเครื่องเต็มกำลัง รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง, 2) ผลกระทบจาก El Niño ใน 4Q26E อาจไม่รุนแรงเท่าที่กังวล จากปริมาณน้ำไหลเข้าใน 1H26 และน้ำจากจีนที่ยังอยู่ในระดับดี, 3) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท
CBG : 1) แนวโน้มกำไร 3Q26E อาจดีกว่าที่เราคาด โดยยังเติบโต YoY จากรายได้ในประเทศโตต่อ โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง, LOVEZAA และ distribution business ขณะที่ GPM จะลดลงชั่วคราวจากผลกระทบสงคราม ก่อนฟื้นใน 4Q26E โดย LOVEZAA เป็น growth driver ใหม่, 2) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 67.00 บาท โดยคาดกำไร 4Q26E เติบโต YoY, QoQ จากรายได้ที่เดินหน้าทำ ATH

กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1592-1596 // แนวต้าน 1608-1615

Technical Pick: : BTG, INSET

Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง