รีเซต

EPGรับอานิสงส์บาทอ่อน ขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุน

EPGรับอานิสงส์บาทอ่อน ขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุน
ทันหุ้น
28 เมษายน 2569 ( 08:00 )

#EPG #ทันหุ้น - EPG รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแจงวัตถุดิบไม่ขาด-ลุยส่งมอบสินค้าต่อเนื่อง  เหตุฐานผลิตในจีน-สหรัฐ มีซัพพลายวัตถุดิบ แต่แพงขึ้น  จำเป็นต้องขึ้นราคาสะท้อนต้นทุน พร้อมเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วนปีนี้ยืนเป้ากำไรขั้นต้น 30-33%

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า  ภาพรวมแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่า  โดยวานนี้เปิดที่ 32.42 บาทต่อดอลลาร์ บริษัทมองเป็นประเด็นบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยสนับสนุนให้รายได้จากต่างประเทศขยายตัวมากขึ้น เพราะบริษัทมีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 60%  ส่วนที่เหลือมาจากในไทย

@แจงวัตถุดิบไม่ขาด

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นนั้นบริษัทมองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในแง่วัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจทั้งในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ยังคงสามารถจัดหาซัพพลายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี  และยังคงสามารถดำเนินการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนในแง่ของราคาวัตถุดิบมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นนั้น ทำให้บริษัทเองก็มีความจำเป็นปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนดังกล่าวไปกับทางลูกค้าเพิ่มเติม

ด้านกลยุทธ์การบริหารงานของธุรกิจนั้นยังเน้นการบริหารจัดทรัพย์พยากรให้คุ้มค่า ซึ่งควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนบริหารจัดการสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้เป็นไปอย่างเหมาะสม หวังช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป

@เป้ากรอสมาร์จิ้น 30-33%

 ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในงวดบัญชีปี 2569 (เม.ย.68 -มี.ค.69)  ทาง EPG ยังคงเป้าหมายกำไรขั้นต้นไว้ราว 30-33%  เพื่อสะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับธุรกิจมีการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า  ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EPG ให้ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิงวดบัญชีไตรมาส 4/2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) จะยังคงแข็งแกร่ง โดยเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะแรงหนุนจาก Aeroflex (ฉนวนกันความร้อน) จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป โดยมี หน่วยงานในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ ซึ่งยังคงได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ   ของศูนย์ข้อมูล AI เข้ามาเสริม

@รับผลดี

นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยบวกจากโรงงานผลิตใหม่จำนวนมากที่กำลังผุดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ภายใต้นโยบายการย้ายฐานการผลิตกลับมายังประเทศต้นทาง อัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของ Aeroflex (อัตรากำไรขั้นต้น 51%) อีกทั้งเทคโนโลยี Aeroflex ที่ล้ำสมัยและล้ำหน้าของ EPG เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิรวม จาก Aeroflex จะคิดเป็น 80-85% ของกำไรทั้งหมดของงวดบัญชีไตรมาส 4/2569 

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่ง รวมทั้งเชื่อว่าราคาหุ้น EPG ที่อ่อนตัวลง นั้นเกิดจากความเข้าใจผิดของนักลงทุนเกี่ยวกับผลเสียของ EPG จากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ในขณะที่ยังมองข้ามผลดีของ EPG จากนโยบายศูนย์ข้อมูล AI และการย้ายฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกา จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้น EPG ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง