รีเซต

RPHเร่งขยายฐานต่างแดน Q3ไฮซีซัน-วอร์ดใหม่หนุน

RPHเร่งขยายฐานต่างแดน Q3ไฮซีซัน-วอร์ดใหม่หนุน
ทันหุ้น
21 กรกฎาคม 2566 ( 11:34 )
304

RPH ติดปีกกลยุทธ์ขยายฐานคนไข้ต่างประเทศ เนื้อหอมเอเจนซี จีน ตะวันออกกลาง  ฮ่องกง และยุโรปรุมจีบ แย้มปลายปีมีร่วมงานแสดงศักยภาพในอิตาลี ฟุ้งไตรมาส 3/66 เข้าไฮซีซัน เตรียมเปิดวอร์ดใหม่เพิ่ม ขนาด 30 เตียง รองรับการเพิ่มขึ้นของคนไข้ ส่วนผลงานไตรมาส 2/66 มองคนไข้ Non-Covid ดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19

 

นพ.ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH เปิดเผยความคืบหน้าในการขยายตลาดในการรับคนไข้ต่างประเทศว่า ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากเอเจนซีจากหลายประเทศให้การติดต่อเข้ามาหลายราย ทั้งจากประเทศจีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และฮ่องกง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีตัวแทนเข้ามาสำรวจและทดลองตรวจสุขภาพกับทางโรงพยาบาล

 

*บุก ตปท.เต็มสูบ

 

ประกอบกับจากการที่ทางโรงพยาบาลได้รับมาตรฐานระดับสากล ทั้งมาตรฐาน GHA ที่ถือเป็นการยกระดับการให้บริการด้านการแพทย์ของไทยแก่ผู้เดินทางท่องเที่ยวเพื่อการรักษาพยาบาล และมาตรฐาน AACI ที่เป็นระบบรองรับคุณภาพตามมาตรฐานสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา และยังเป็นมาตรฐานสากลเดียวในโลก ที่ยอมรับทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชียตะวันออกกลาง เป็นต้น ทำให้ชาวต่างชาติให้ความเชื่อถือและมั่นใจในการเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในอนาคต

 

อีกทั้ง บริษัทยังได้รับการติดต่อจากเอเจนซีจากประเทศอิตาลีเชิญไปร่วมงานเกี่ยวกับ Medical and Wellness ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะไปแสดงศักยภาพให้กับต่างประเทศได้เห็นถึงความสามารถและความพร้อมในการดูแลรักษาสุขภาพ ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายจะมีสัดส่วนการให้บริการดูแลและรักษาคนไข้ชาวต่างชาติใน IPD ไม่เกินระดับเฉลี่ย 20% ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด

 

พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง (Digital Marketing) เพื่อสร้างการรับรู้ และให้ข้อมูลกับกลุ่มผู้ที่มีความสนใจ ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าเกิดความสนใจ จดจำ และเข้ามาใช้บริการทางการรักษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่การตรวจรักษาสุขภาพ แต่ยังรวมไปถึงการรักษาโรคเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน ตลอดจนบริการทางการแพทย์ในด้านความงาม

 

*เปิดวอร์ด-ไฮซีซัน

 

ภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2566 มองว่าจะมีการเติบโตจากการใช้บริการทางการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาโรคระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉลี่ยมีอัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) ของคนไข้ใน (IPD) เฉลี่ยระดับประมาณ 60-70% ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมดราว 198 เตียง และคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 3/2566 จะมีการขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่องตามไฮซีซันของเฮลแคร์

 

ปัจจุบันบริษัทเตรียมปิดวอร์ดใหม่เพิ่มอีก 1 วอร์ดขนาด 30 เตียง เพื่อรองรับการขยายตัวของจำนวนคนไข้ที่จะเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 3/2566 เป็นต้นไป จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้มองว่าจะช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ไม่น้อยกว่า 10-20% ให้บรรลุได้

 

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเงินลงทุนไว้ที่ประมาณ 700 ล้านบาท แบ่งออกเป็นเงินลงทุนในการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ขนาด 100 ยูนิต เพื่อรองรับผู้ป่วยเฉพาะส่วนของประกันสังคมและผู้ป่วยใช้สิทธิ์ประกันชีวิต ที่มีวงเงินไม่สูงนักให้ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะมองว่าด้วยความต้องการตรวจและรักษาสุขภาพทำให้อาคารเดิมที่มีไม่เพียงพอต่อการให้บริการแล้ว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีนี้และแล้วเสร็จพร้อมในบริการปลายปี 2567 หรืออย่างช้าไม่เกินต้นปี 2568 เป็นต้นไป

 

ในส่วนเงินลงทุนที่เหลืออีกประมาณ 200 ล้านบาท ใช้เพื่อรองรับการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงพยายามอาคารเดิม เพื่อใช้เป็นศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ประเภทความงาม (ปรับปรุงพื้นที่ชั้น 5 อาคารเดิม) รวมถึงศูนย์สุขภาพ (Wellness Center) เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในช่วงปลายปี 2566 และจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในช่วงต้นปีและปลายปี 2567 ตามลำดับ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง