รีเซต

สรุปอภิปราย กรณ์ จาติกวณิช ราคาน้ำมัน ค่าไฟ และการยึดทรัพย์สแกมเมอร์

สรุปอภิปราย กรณ์ จาติกวณิช ราคาน้ำมัน ค่าไฟ และการยึดทรัพย์สแกมเมอร์
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 09:38 )
10

ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นวันที่ 2 โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตั้งคำถามต่อแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

นายกรณ์กล่าวว่า หากพูดถึงปัญหาปากท้องของประชาชนในเวลานี้ ประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือราคาน้ำมัน ซึ่งจากการติดตามการทำงานของรัฐบาลในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายปัญหาอย่างไร มีเพียงแนวทางประคองสถานการณ์และรอให้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงเท่านั้น

นายกรณ์ยกตัวอย่างการปรับราคาน้ำมันล่าสุดว่า แม้ราคาหน้าโรงกลั่นจะลดลงถึง 9 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มที่ประชาชนต้องจ่ายลดลงเพียง 2.14 บาทต่อลิตร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนต่างดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาระค่าการตลาดที่ขยับขึ้นจาก 5 บาทต่อลิตร เป็น 10 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นระดับสูงผิดปกติ และทำให้ประโยชน์จากการลดลงของราคาตลาดโลกไม่ถูกส่งผ่านไปถึงประชาชนอย่างเต็มที่

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยังวิจารณ์การอ้างผลงานของรัฐบาลเรื่องการเจรจาลดค่าการกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร โดยเห็นว่าการคำนวณดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานข้อมูลเฉลี่ยในเดือนมีนาคมที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะหากใช้ระดับค่าการกลั่นล่าสุดเป็นฐาน ตัวเลขที่ควรลดให้ประชาชนอาจสูงกว่านั้นมาก พร้อมมองว่าหลายการตัดสินใจของรัฐบาลเปิดช่องให้สังคมตั้งคำถามว่า รัฐบาลเกรงใจผู้ประกอบการรายใหญ่มากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน

นายกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตต่อท่าทีของกระทรวงการคลังที่ยังไม่ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แม้ประชาชนกำลังเผชิญภาระค่าครองชีพอย่างหนัก โดยเห็นว่าหากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนจริง ควรพิจารณาลดภาระภาษีควบคู่กับการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของภาครัฐ แทนการผลักภาระไปไว้กับกองทุนน้ำมันเพียงด้านเดียว ซึ่งสุดท้ายประชาชนก็ยังเป็นผู้รับภาระอยู่ดี

ในประเด็นค่าไฟฟ้า นายกรณ์กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลยังไม่แสดงความชัดเจนในการรับมือ ทั้งที่ไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนสูง และเมื่อราคาก๊าซในตลาดโลกปรับขึ้น ก็ทำให้ต้นทุนไฟฟ้าของประชาชนสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับมีช่องโหว่ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าบางส่วนที่เปิดให้เอกชนมีรายได้หรือกำไรเพิ่มขึ้นตามต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น

นายกรณ์อธิบายว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ราคาก๊าซที่แพงขึ้น แต่ยังอยู่ที่วิธีคำนวณต้นทุนในสัญญาซื้อขายไฟ และสูตรนำเข้า LNG ที่อาจเปิดช่องให้เกิดส่วนต่างเกินจริง จึงเห็นว่ารัฐบาลควรมีนโยบายชัดเจนในการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่

นอกจากปัญหาพลังงาน นายกรณ์ยังอภิปรายถึงเรื่องเครือข่ายทุนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยระบุว่า ก่อนการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองพูดถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่หลังเลือกตั้งผ่านไป ความเข้มข้นกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้รัฐบาลจะยกเรื่องการปราบสแกมเมอร์เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของรัฐบาลชุดก่อน แต่ในคำแถลงนโยบายกลับพูดถึงประเด็นนี้อย่างจำกัด


นายกรณ์กล่าวถึงกรณีการยึดทรัพย์เพิ่มเติมของเครือข่ายสแกมเมอร์และฟอกเงิน ว่าแม้จะเป็นความคืบหน้าที่ดี แต่ยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เคยส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทว่าเพิ่งมีความเคลื่อนไหวภายหลัง ทำให้เกิดคำถามถึงความล่าช้าของกระบวนการทำงาน

เขาระบุด้วยว่า มีหลักทรัพย์บางส่วนที่ยังไม่ถูกอายัด ทั้งที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มเดียวกับเครือข่ายที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ และในช่วงที่หน่วยงานยังไม่ดำเนินการ ก็มีการขายหรือโยกย้ายทรัพย์สินออกไปแล้วอย่างน้อย 500 ล้านบาท ทำให้รัฐสูญเสียโอกาสที่จะนำทรัพย์สินเหล่านี้กลับมาใช้ชดเชยความเสียหายให้ผู้เสียหาย

นายกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่า จะใช้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าเป็นหลักการที่ฟังดูดี แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นในการปฏิบัติจริง ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่หยุดอยู่เพียงการไล่ล่าผู้กระทำผิดระดับปลายทางหรือเฉพาะกลุ่มคนต่างชาติเท่านั้น

ช่วงท้าย นายกรณ์ย้ำว่า ปัญหาพลังงาน ค่าครองชีพ และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง รัฐบาลจึงควรเร่งกำหนดนโยบายที่ชัดเจน กล้าตัดสินใจ และกล้าปรับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม แทนการรอให้สถานการณ์ภายนอกคลี่คลายเอง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง