โบสถ์สูงที่สุดในโลก สร้างนาน 144 ปี มหาวิหาร Basílica de la Sagrada Família

มหาวิหาร Basílica de la Sagrada Família (บาซีลิกา เด ลา ซากราดา ฟามีเลีย) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้สร้างหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมโลกอีกครั้ง หลังจากการก่อสร้างที่ยาวนานเกือบหนึ่งศตวรรษครึ่งหรือ 144 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 1882
ล่าสุดโครงสร้างภายนอกของมหาวิหารแห่งนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมติดตั้งยอดสูงสุดของอาคาร ทำให้ Basílica de la Sagrada Família กลายเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก
หอคอยพระเยซูคริสต์และกางเขนบนยอดสูง 172.5 เมตร
ความสำเร็จครั้งนี้ คือการสร้าง “หอคอยพระเยซูคริสต์” (Tower of Jesus Christ) ซึ่งเป็นหอคอยหลักและหอคอยที่สูงที่สุดของโบสถ์ โดยบนยอดหอคอยได้ติดตั้งกางเขนสามมิติแบบสี่แฉกเอาไว้
การติดตั้งกางเขนดังกล่าวต้องใช้เครนขนาดใหญ่ โดยตัวกางเขนมีความสูง 17 เมตร หลังติดตั้งสำเร็จ ทำให้หอคอยกลางทั้ง 6 ของโบสถ์เสร็จสมบูรณ์ และทำให้ตัวอาคารมีความสูงรวม 172.5 เมตร หรือเป็นโบสถ์ที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก
กางเขนบนยอดหอคอยถูกผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนี โดยใช้กระเบื้องเซรามิกเคลือบสีขาว โครงสร้างภายในเป็นหิน ส่วนกระจกผลิตจากแคว้นคาตาโลเนีย ทั้งหมดถูกแยกส่วน ก่อนจะขนส่งกลับมายังบาร์เซโลนาเพื่อนำมาประกอบบนยอดโบสถ์
วัสดุทั้งหมดถูกเลือกขึ้นเพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของสถาปนิก อันโตนี เกาดี (Antoni Gaudí) ที่ต้องการให้กางเขนสามารถเปล่งประกายและสะท้อนแสงได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ภายในกางเขนยังมีพื้นที่มากพอสำหรับบันไดเวียน และมีช่องหน้าต่างให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ตลอดแนวโครงสร้าง
โครงการก่อสร้างที่ยาวนานกว่า 140 ปี
การก่อสร้าง Basílica de la Sagrada Família ใช้เวลายาวนานเป็นพิเศษ เนื่องจากโครงการนี้พึ่งพาเงินทุนจากการบริจาคของเอกชนเป็นหลัก และมีสถาปนิกหลายรุ่นเข้ามารับช่วง สานต่อการก่อสร้างในแต่ละยุค
โบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การระหว่างประเทศด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม UNESCO (ยูเนสโก) และได้รับการประกอบพิธีอภิเษกเป็นมหาวิหารอย่างเป็นทางการในปี 2010 โดยโป๊ป เบเนดิกต์ ที่สิบหก (Pope Benedict XVI) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้โครงการสามารถดำเนินต่อไปจนแล้วเสร็จได้
Antoni Gaudí ยังได้นำแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบโกธิกมาผสมผสานเข้ากับศิลปะแบบ Art Nouveau จนเกิดเป็นรูปแบบเฉพาะตัวที่โดดเด่นและไม่เหมือนโบสถ์ใดในโลก เขาอุทิศเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตกว่า 43 ปีให้กับโครงการ Basílica de la Sagrada Família นี้ ก่อนจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในปี 1926 ซึ่งในขณะนั้น โบสถ์ยังสร้างเสร็จไม่ถึง 1 ใน 4 ของโครงการทั้งหมด และร่างของเขาถูกฝังอยู่ภายในห้องใต้ดินของมหาวิหารแห่งนี้
เป้าหมาย คือสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2034
การติดตั้งกางเขนและหอคอยพระเยซูคริสต์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับวาระครบรอบ 100 ปีการเสียชีวิตของ Antoni Gaudí ทางมหาวิหารจึงเตรียมจัดกิจกรรมรำลึกตลอดทั้งปี เพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ และระดมแรงสนับสนุนจากผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
เป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือการทำให้ Basílica de la Sagrada Família เสร็จสมบูรณ์อย่างแท้จริงภายในปี 2034 หลังจากก่อสร้างมายาวนานต่อเนื่องมากว่า 144 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างภายนอกของ Basílica de la Sagrada Família จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่การก่อสร้างยังไม่ถือว่าเสร็จสิ้นทั้งโครงการ โดยยังคงมีงานตกแต่งภายใน งานประติมากรรม และงานหุ้มผิวโครงสร้างบางส่วนที่ต้องดำเนินต่อไปอีกประมาณ 8 ปี
หนึ่งในผลงานศิลป์สำคัญที่จะถูกติดตั้งในช่วงต่อจากนี้ คือประติมากรรม “ลูกแกะของพระเจ้า” (Agnus Dei) ซึ่งออกแบบโดยศิลปินชาวอิตาลี อันเดรอา มัสโตรวีโต (Andrea Mastrovito) ผู้ชนะการประกวดออกแบบในปีที่ผ่านมา ผลงานชิ้นนี้เป็นรูปแกะที่สร้างจากแก้วกลวงและเศษกระจก แขวนลอยอยู่ใต้แขนกางเขนภายในโครงสร้างทรงไฮเพอร์โบลอยด์ที่ปิดทอง เพื่อสื่อความหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสสารกับพลังงาน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระบุตรและพระบิดา
แหล่งที่มา: Fundació Junta Constructora del Temple Expiatori de la Sagrada Família
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
