เฟด เสี่ยงเสียความน่าเชื่อถือ หลังคุมเงินเฟ้อไม่ถึงเป้า 2% นานกว่า 5 ปี

บิล ดัดลีย์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เตือนว่า เฟดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะองค์กรที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อ หลังจากที่เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% เป็นเวลานานกว่า 5 ปี และท้ายที่สุดแล้วอาจจะส่งผลให้การคาดการณ์เงินเฟ้อหลุดกรอบการควบคุม
ดัดลีย์ได้อ้างถึงผลสำรวจเบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน โดยผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 4.8% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 4.7% และคาดว่าเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.9% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 3.4%
การแสดงความเห็นของดัดลีย์เน้นย้ำถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่กำลังเผชิญ โดยวอร์ชจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นครั้งแรกในเดือนหน้า
ทั้งนี้ วอร์ชเข้ามารับตำแหน่งประธานเฟดหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบ 3 ปี โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ วอร์ชยังเข้ามาคุมบังเหียนเฟด หลังจากที่เจอโรม พาวเวล อดีตประธานเฟดได้ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีอย่างต่อเนื่อง จากพาวเวลปฏิเสธที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ดัดลีย์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ความท้าทายด้านความน่าเชื่อถือของเฟดยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการแต่งตั้งวอร์ชให้เข้ามารับตำแหน่งประธานเฟด และจากการที่ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเขาระบุเพิ่มเติมว่า หากความเป็นอิสระของเฟดไม่ได้ถูกตั้งคำถาม การคาดการณ์เงินเฟ้อก็มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในกรอบการควบคุมได้ดีกว่านี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
